วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551
นโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
นโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หากเป็นต้นไม้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยก็คงจะเป็น "ต้นอ่อน"ที่ยังต้องอาศัยเวลาในการฟูมฟักสักระยะหนึ่ง ความแข็งแกร่งของต้นไม้ในอุดมคติจึงจะเป็นไปได้ หากจะหล่อเลี้ยงต้นให้ได้ดี ก็คงต้องมีส่วนประกอบหลายอย่าง ที่จะเอื้ออำนวยให้ลำต้นเจริญเติบโตขึ้นได้ นับตั้งแต่สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ปลูกในจุดที่รับแสงแดดได้อย่างเหมาะสม ไปจนถึงการใส่ปุ๋ยและรดน้ำตามสมควร หากจะทำทั้งหมดที่จำเป็นข้างต้น ผู้ปลูก หรือผู้ที่จะเก็บเกี่ยวผล ทั้งที่เป็นการออกลูกออกดอก หรือผล ที่จะทำให้ผู้ปลูกได้รับความสวยงามสมอารมณ์นั้น ก็คงต้องมีความตั้งใจที่จะทำเช่นนั้นให้ตลอดรอดฝั่ง โดยมีการเตรียมการและดำเนินการที่จำเป็นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลายคนเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างความชัดเจน ถึงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนหนึ่งเพราะไม่มั่นใจว่ารัฐจะสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างจริงจัง อีกส่วนหนึ่งเพราะกิจกรรมจากภาครัฐที่ผ่านมา ส่งสัญญาณมาจากหลายจุดหลายกระแส หากจะยกตัวอย่างในอดีต ก็คงพอจะกล่าวได้ว่า เป็นปรากฏ การณ์คล้ายกับปี พ.ศ.2538 เมื่อเริ่มมีขบวนการพัฒนา "ไอที" อย่างเป็นกิจลักษณะ นำโดยการผ่านหลักการจากคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานต่างๆ ยึดถือ "นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ" ไปปฏิบัติต่อ มาจนถึงทุกวันนี้ ประมาณ 5 ขวบปี เราก็พบว่า สังคมมีความเข้าใจไอทีในระดับหนึ่ง สังคมมีการดำเนิน กิจกรรมด้านไอทีไม่น้อย และหลายส่วนของสังคมสามารถใช้ไอทีในงานของ ตัวเองได้เป็นที่น่าพอใจ การพัฒนา ประเทศด้วยวิถี "นโยบายนำการปฏิบัติ" จึงเป็นวิธีการที่สำคัญ วิธีหนึ่ง เพื่อผลักดันให้สิ่งที่คนใน ชาติ เห็นว่า "สำคัญ" ต่อการพัฒนาในระยะยาว เกิดขึ้นอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ใช่สัญญาลมๆ แล้งๆ จาก ข้าราชการ หรือ นักการเมือง หน้าใด มาถึง ปลายปี พ.ศ.2542 ที่ซึ่ง ทุกคน ต่างรอคอย "สหัสวรรษ" ใหม่ พร้อมกับ ปัญหา นานัปการ ที่เข้ามา โดยประชาชน แทบ ตั้งตัว ไม่ ติดก็มี "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์", "อี-คอมเมิร์ซ", "อี-เมล์", "อี-บิสซิเนส", "อินเทอร์เน็ต" ฯลฯ เข้ามาคล้ายของเล่นชิ้นใหม่ หลายท่านอาจไม่ตระหนักหรือยังไม่ตระหนักว่า "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์" จะมี นัยสำคัญต่อธุรกิจ อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ ทั้งที่ค้าขายกันภายในประเทศและค้าขายทั่วโลก ผมคงไม่สามารถ "เน้น" มากไปกว่านี้ได้ ว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็น "โอกาส" สำคัญ ในการ พลิกสถานการณ์ที่เรากำลังเพลี่ยงพล้ำในมรสุมเศรษฐกิจอันร้อนแรง การสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พูดๆกันอยู่ จะเป็น สมการที่มี "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์" เป็นปัจจัยทั่วโลกจะพูดถึง "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์" ทั้งปี ในปี ค.ศ.2000 ทั่วทุกสาขาธุรกิจและอุตสาหกรรมจะเริ่มวิ่งเข้าสู่ "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"กันทั้งปีมากบ้างน้อยบ้างในปี ค.ศ.2000ในขณะเดียวกัน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มแรงส่งให้ประเทศที่ได้เปรียบ และสร้าง แรงเฉื่อยในทาง อ้อมให้กับประเทศที่เสียเปรียบ ก่อให้เกิด "ช่องว่าง" และ "ความเหลื่อมล้ำ" ในระบบ การค้าโลกมากขึ้นทวีคูณ การเคลื่อนย้ายผลผลิตและบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้ขาย และจากผู้ขายไปสู่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนรูปโฉมไปมาก ในขณะเดียวกัน การบริโภคจะมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นจากผลพวงของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต การใช้จ่ายจะ "สะพัด" มากขึ้นเป็นลำดับ ความซับซ้อนในระบบการค้าโลกจะมีทั้งซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และง่ายดายมากขึ้น ในเวลาเดียวกัน บนความซับซ้อนและความง่ายดายนี้ ประเทศไทย ในปลายปี ค.ศ.1999 จึงได้เวลาที่จะนำ "กรอบนโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ของประเทศไทย" ออกสู่สาธารณะก่อนจะเดินทางเข้าไปสู่สหัสวรรษหน้า
7 ขั้นตอนในการวางแผนสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ประสบความสำเร็จ
บทความเรื่อง: 7 ขั้นตอนในการวางแผนสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ประสบความสำเร็จ
แหล่งที่มา: thaimarketingcenter ผู้เขียน: thaimarketingcenter
เว็บไซต์ที่ดีก็คือเว็บไซต์ที่มีการวางแผนไว้ดี! แน่นอน คุณสามารถจะสร้างเว็บไซต์แบบตามบุญตามกรรมได้... และผมแน่ใจว่าคุณคงได้เห็นผลที่คิดแบบตามบุญตามกรรมได้ในทุกวันนี้เช่นกัน! ไซต์ที่มีการออกแบบด้วยองค์ประกอบที่คละกันไปหมด ทั้งฟอนต์, ภาพกราฟิกและการเลือกบทความและหัวเรื่องที่สุ่มมา เห็นเทคนิคอะไรใหม่หรือลูกเล่นแพรวพราวก็หยิบมาใส่ในเว็บไซต์ โดยไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเองถ้าคุณต้องการพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องวางแผนด้วยความระมัดระวัง นี่เป็นลิสต์รายการสิ่งที่คุณจำเป็นต้องคิดถึงก่อนที่จะเริ่มพัฒนา... และขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างเว็บไซต์ของคุณ ลิสต์นี้จะแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มหลัก... แต่ละส่วนจะมีลิสต์ของมันเองที่จะต้องทำ ขึ้นกับชนิดของธุรกิจที่คุณอยู่ คุณอาจจะไม่ต้องมีทุกขั้นตอน แต่สิ่งนี้จะช่วยชี้ประเด็นที่คุณจำเป็นต้องคิดถึง...บางครั้งคุณต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง... และการกระทำนั้นอาจจะทำให้คุณจำเป็นต้องเดินทางไกลก็ได้1# - ตั้งบริษัทของคุณชื่อและตัวบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นทรัพย์สินหรือนิติบุคคล (คุณอาจจะต้องเช็ค, เลือกและจดทะเบียนโดเมนเนมในเวลาเดียวกัน ถ้าชื่อบริษัทของคุณและ URL เป็นชื่อเดียวกัน คุณจะได้เรตติ้งที่สูงขึ้นจาก Search engines) เริ่มจดทะเบียนโดเมนเนมเสียวันนี้ ส่วนการจดทะเบียนตั้งบริษัท ถ้าคุณพร้อมและมีชื่ออยู่ในใจแล้วเข้ามาตรวจสอบชื่อและขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิได้ที่ ThaiRegistration.com (http://www.thairegistration.com/reg) หลังจากนั้นก็ขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ที่เดียวกันนี้ ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้มากและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทที่รับจ้างไปได้มาก -- ตอนนี้เปิดให้บริการเฉพาะในเขตกรุงเทพก่อน ราวปลายปี 2545 นี้จึงจะขยายไปทั่วประเทศ กำหนดว่าทำไมคุณถึงต้องออนไลน์ คุณกำลังสร้างเว็บไซต์ที่ขายข้อมูลและมีรายได้จากการโฆษณาและ Affiliate program หรือจากการขายสินค้าหรือบริการที่ไซต์ของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการแสดงสินค้าของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศของคุณกำหนดว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร? ใครที่จะเข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณ? พวกเขาจะไปรวมตัวกันที่ไหน?ใครเป็นคู่แข่งของคุณ? พวกเขาขายอะไร? พวกเขาขายมันอย่างไร? พวกเขาได้เซ็ทอัพ Affiliate Programs ขึ้นมาใช้งานหรือ Joint venture หรือไม่? คุณได้เสนอทางเลือกอะไรที่แตกต่างไปจากพวกเขาหรือไม่? 2# - เนื้อหาในเว็บไซต์อย่าไปประเมินเวลาที่ใช้ในการเซ็ทอัพและการดูแลข้อมูลที่เว็บไซต์ของคุณต่ำเกินไป การดูแลและเพิ่มข้อมูลเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณต้องมีการวางแผนและหลักในการพิจารณา ถ้าคุณต้องการให้คนที่เข้าชมกลับมาอีกเรื่อยๆ คุณต้องมีเหตุผลให้พวกเขากลับมา สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเองอย่างบังเอิญแน่นอน คุณต้องนำข้อมูลที่ล้าสมัยออกจากไซต์ของคุณและใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปและหาเหตุผลให้กับผู้เข้าชมในการกลับมาที่ไซต์ของคุณบ่อยๆช่องว่างการตลาดของคุณเป็นอะไร? ไซต์ของคุณมีข้อมูลประเภทไหน? อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาที่ไซต์ของคุณในครั้งแรก? และอะไรที่ทำให้พวกเขากลับมาอีก?คุณไปหาข้อมูลมาจากแหล่งไหนมาป้อนที่เว็บไซต์ของคุณ? คุณเขียนขึ้นมาเองหรือจ้างคนเขียน? คุณซื้อข้อมูลหรือรวบรวมมาฟรี? คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคุณจ้างหรือร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น? คุณดูแลและเพิ่มข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ไซต์ของคุณอย่างไร? คุณทำงานนี้บ่อยแค่ไหน? คุณไปเรียนรู้งานเซ็ทอัพและดูแลรักษาไซต์มาได้อย่างไร... หรือจ้างคนทำให้คุณ?คุณนำเสนอให้ข้อมูลฟรี? คุณเสนอ Newsletter ฟรี? บ่อยแค่ไหน? ขอย้ำอีกที... ใครเขียนให้คุณและใครโพสต์ให้คุณ... และคุณดูแลลูกค้าและผู้ลงทะเบียนของคุณอย่างไร? 3# - การเลือก ISP และโฮสต์ให้กับเว็บไซต์การเลือกโฮสต์ให้กับเว็บไซต์และ ISP เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจของคุณ คุณสามารถจะขายสินค้าให้กับผู้เข้าชมของคุณได้ ถ้าพวกเขาสามารถจะเข้ามาดูที่เว็บไซต์ของคุณได้สะดวก คุณจะเสียเวลาและเสียเงินมากในการเปลี่ยนโฮสต์ ถ้าพวกเขาไม่ได้ให้บริการกับคุณตามที่ได้ตกลงกันไว้ คุณอย่าลืมว่า "คุณจ่ายยังไง คุณก็ได้อย่างนั้น" นั่นคือว่า ถ้าคุณต้องการของถูก คุณก็จะได้บริการที่แย่มากตอบแทน! ISP และเว็บโฮสต์ของคุณถือว่าเป็นผู้ร่วมธุรกิจของคุณ ให้เลือกด้วยความระมัดระวัง!คุณมี ISP? บริษัทที่คุณใช้บริการอยู่น่าเชื่อถือ? คุณใช้ความเร็วโมเด็มเท่าไหร่ติดต่อกับพวกเขา? คุณซื้อบริการของพวกเขาแบบ dial-up? ถ้าคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชม. คุณควรพิจารณาใช้บริการของบริษัทเคเบิ้ลหรือผ่านทางสายโทรศัพท์ ADSL. คุณอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการออนไลน์ ดังนั้นความสะดวกและความเร็วของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยเว็บไซต์ของคุณโฮสต์อยู่กับใคร? อย่าไปคิดว่าคุณต้องใช้ ISP ที่คุณใช้บริการอยู่เพื่อโฮสต์เว็บไซต์ของคุณเสมอไป คุณอาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่าในการโฮสต์เว็บไซต์ของคุณ เช่น ถ้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในประเทศไทย คุณอาจจะหาโฮสต์ในประเทศไทยที่ให้บริการด้านเทคนิคที่ดีต่อคุณได้อย่างน้อย 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าได้ตลอด 24 ชม.ต่อวันและ 7 วันต่อสัปดาห์ได้จะดีที่สุด ถ้าคุณมีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ในอเมริกาหรือยุโรป คุณอาจจะเลือกโฮสต์ที่น่าเชื่อถือและมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแบบ T1 connections เป็นต้น ผมได้พูดถึงเรื่องการเลือกโฮสต์มาแล้วให้คุณเปิดดูได้จาก Newsletter เรื่อง "ความสำคัญของเว็บโฮสต์จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ของคุณ พวกเรามีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้ว!"เว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะจดทะเบียนโดเมนเนมให้คุณได้หรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์ของคุณให้บริการเหล่านี้ (CGI-bins, secure server pages และ website statistics) กับคุณหรือไม่? และพวกเขาได้คิดเป็นค่าบริการแยกต่างหากหรือรวมกัน? เว็บไซต์โฮสต์ตอบคำถามของคุณผ่านทางอีเมล์อย่างรวดเร็วหรือไม่? พวกเขามีโทรศัพท์ไว้คอยให้ความช่วยเหลือกับคุณหรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์มีบริการตามที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องการ อย่างเช่น อีคอมเมิร์ซ, firewalls, ระบบดูแลป้องกันพวกแฮกเกอร์และอื่นๆ ให้หรือไม่?4# - ระบบการบริหารจัดการธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จคุณต้องสามารถควบคุมงานจำนวนมากที่มีเข้ามาในแต่ละวันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาอันจำกัด การจะทำงานแบบนี้ได้คุณต้องจัดการและมีเครื่องมือ (ในที่นี้ก็คือซอฟท์แวร์) ที่เหมาะสม คุณต้องเตรียมการพวกนี้ให้พร้อมและต้องมองเผื่ออนาคตว่าคุณจะต้องโต ไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่าการที่มีธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วจนคุณไม่สามารถจะจัดการกับมันได้! ถ้าคุณไม่ได้เตรียมพร้อม คุณจะทำลายชื่อเสียงของคุณเองและทำลายธุรกิจของคุณ... และเมื่อมันเสียหายไปแล้ว นั่นก็ยากที่จะกอบกู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่า ธุรกิจของคุณมีระบบที่พร้อมจะรุกไปข้างหน้าได้!HTML editor มีซอฟท์แวร์ที่ช่วยเขียน HTML อยู่จำนวนมากในท้องตลาดให้เลือก ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นฝึกเรียนรู้ ผมแนะนำให้ใช้ MS Frontpage และถ้าคุณต้องการจะก้าวไปอีกขั้นผมแนะนำ DreamWeaver (http://www.macromedia.com/) หรือ Homesite (http://www.allaire.com/) แต่ถ้าคุณคุ้นเคยกับ HTML ดี ผมแนะนำให้คุณใช้ Hotdog Professional (http://www.sausagetools.com/) ซอฟท์แวร์อีเมล์ อย่าไปเสียเวลากับซอฟท์แวร์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ หาซอฟท์แวร์ที่เป็น "โปร" ด้านนี้มาช่วยจัดการกับปริมาณอีเมล์ที่เข้ามาจำนวนมากในแต่ละวัน ซอฟท์แวร์ที่อยากจะแนะนำคือ Eudora Pro, ซึ่งคุณสามารถจะดาวน์โหลดมาใช้ได้ที่ http://www.eudora.com/, มันสามารถช่วยให้คุณจัดทำ Mailing list ได้จำนวนมาก, เซ็ทอัพ SIG file ได้ไม่จำกัดและนำมาใช้งานได้สะดวก เป็นต้น ยังมีรายละเอียดอื่นอีกมากสำหรับโปรแกรมตัวนี้ที่เหมาะนำมาใช้งานในธุรกิจ ผมพูดไว้ค่อนข้างละเอียดในหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) เป็นซอฟท์แวร์ที่มีราคาไม่สูงหรือคุณจะใช้ฟรีก็ได้มีให้เลือกใน ligth mode และ sponsor mode. ถ้าคุณใช้งานเป็น มันจะช่วยประหยัดเวลาของคุณไปได้มากทีเดียวMailloop (http://www.thaimarketingcenter.com/recommend/automate/mailloop/index.html) เป็นซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้คุณส่งอีเมล์จำนวนมากติดต่อกับสมาชิก, ลูกค้า, Leads, กลุ่มที่คาดหวังของคุณหรืออื่นๆ ได้ มันจะช่วยประหยัดเวลาทำงานประจำของคุณไปได้มาก, ช่วยกรองสแปมและเฟลม, จดทะเบียนสมาชิกและยกเลิกได้โดยอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมาก คุณอย่าลืมว่า อีเมล์ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดอันหนึ่งที่จะทำให้คุณติดต่อกับลูกค้าของคุณได้ตลอดเวลา ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าขาดส่วนนี้ไป!Browsers. ให้คุณไปดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดมาใช้งานได้ สำหรับ Internet explorer ที่ http://www.microsoft.com/windows/ie/downloads/default.asp และสำหรับ Netscape Navigator ที่ http://www.netscape.com/download/. ผมแนะนำให้คุณควรมีทั้งสองตัวนี้เพื่อใช้เช็คดูหน้าตาเว็บไซต์ของคุณบนเบราเซอร์ทั้งสองตัวนี้ และคุณอาจจะแปลกใจที่ไซต์ของคุณแสดงผลออกมาแตกต่างกันบนเบราเซอร์แต่ละตัวก็ได้WS_FTP Pro (http://www.ipswitch.com/) สำหรับส่งเว็บเพจของคุณขึ้นไปเก็บไว้บนเว็บโฮสต์ของคุณ โปรแกรมตัวนี้จะแตกต่างจากซอฟท์แวร์ FTP ตัวอื่นตรงที่ คุณสามารถจะเปลี่ยน chmode ของไฟล์ได้โดยตรงTraffic Analyzer มีหลายตัวให้เลือก แต่ตัวที่โดดเด่นที่สุดและนิยมใช้กันมากก็คือ WebTrend Log Analyzer (http://www.netiq.com/) มันมีราคาที่สูงมากสำหรับบ้านเรา แต่ก็คุ้มค่ากับการใช้งาน คุณจะรู้ความเป็นมาทั้งหมดของเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณมองทะลุทั้งหมดว่า ผู้เข้าชมของคุณมาจากไหน, พวกเขามาจาก Search engines อะไร, พวกเขาชอบและไม่ชอบเพจไหนของคุณมากที่สุด, พวกเขาออกจากเพจไหนมากที่สุด และอื่นๆ อีกมาก มันยังจะแสดงผลในรูปของภาพกราฟิก 3 มิติทำให้ดูได้ง่าย ถ้าเว็บไซต์โฮสต์ของคุณไม่มีให้บริการ คุณจำเป็นต้องหามาใช้งานสักตัว ถ้าคุณไม่มีใช้งาน มันก็เหมือนกับการเดินในที่มืด คุณจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณบ้าง! ... แล้วคุณจะเดินได้ถูกทางได้อย่างไร?และอื่นๆ ... ลิสต์รายการยังมีอีกมากที่ผมยังไม่ได้พูดถึง เช่น ซอฟท์แวร์บัญชี, ซอฟท์แวร์ตรวจสอบไวรัส, โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล... เป็นต้น และซอฟท์แวร์เฉพาะสำหรับธุรกิจแต่ละชนิด พยายามหาซอฟท์แวร์ที่เข้าได้ดีกับธุรกิจของคุณ, ทำให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าอย่างง่ายๆ, สนุกและประหยัดเวลาของคุณ! 5# - E-Commerce Solutionsเพื่อที่จะให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้... คุณต้องมีรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จอยู่ในหัว! ถ้าคุณจะทำอีคอมเมิร์ซ นั่นหมายความว่า คุณต้องมีระบบการชำระเงินที่ดีและมีซอฟท์แวร์ Shopping cart ที่เหมาะสม ถ้าคุณทดลองใช้วิธีการต่างๆ เพื่อลองผิดลองถูกกับธุรกิจของคุณไปเรื่อยๆ ... คนส่วนใหญ่ก็จะไม่จริงจังกับคุณมากมายนัก ต่างจากพวกมืออาชีพที่เข้าใจและรู้จักเลือกใช้บริการอีคอมเมิร์ซที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในตัวพวกเขากำหนดขอบเขตธุรกิจของคุณ คุณต้องกำหนดว่าคุณจะทำธุรกิจในระดับท้องถิ่นภายในประเทศเท่านั้น หรือคุณจะทำธุรกิจระดับประเทศ... ขยายไปทั่วโลก ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีร้ายขายดอกไม้และคุณต้องการจะขายสินค้าของคุณไปทั่วโลก หรือคุณจะขายเฉพาะภายในประเทศไทย คุณต้องบอกพวกเขาเพื่อไม่ให้พวกเขาเสียเวลามาสั่งซื้อInternet Merchant Account. ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำอีคอมเมิร์ซ เพราะถ้าคุณไม่มี มันก็เป็นไปได้ที่คุณจะจัดให้มีการชำระเงินแบบ Real-time บนเว็บไซต์ของคุณได้ (นอกเสียจากคุณจะไปใช้บริการของทาง Cybermall หรือ Third party ซึ่งจะคิดค่า Discount rate กับคุณสูงมากและคุณต้องเสียเวลาคอยนานถึง 55 วันขึ้นไปถึงจะได้เงิน) หรือไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องหันไปใช้วิธีการชำระเงินแบบเก่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไซต์ของคุณดูดีขึ้นเลยและยิ่งจะสร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้ที่จะเป็นลูกค้าของคุณด้วย!Secure Online Orders. คุณจำเป็นต้องมี secure online order page เพื่อป้องกันข้อมูลของลูกค้า (ข้อมูลบัตรเครดิต) จากการถูกแฮกและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของคุณว่า ข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ? นั่นคือโอกาสที่พวกเขาจะเลือกซื้อสินค้าจากคุณก็สูงขึ้น โดยทั่วไป ทางเว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะมีบริการเสริมให้ แต่ถ้าไม่มี คุณก็ไม่ต้องกังวล คุณยังมีทางเลือกอีกมากPayment Gateway. เป็นซอฟท์แวร์ที่จะเชื่อมโยง Internet merchant account, shopping cart และ Banking network เข้าด้วยกันเพื่อทำให้ขบวนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้แบบ Real-time ในขณะที่ลูกค้าของคุณกำลังคอยอยู่ที่หน้าจอ ปัจจุบันที่นิยมกันคือ PayFlow Pro, PayFlow Link ของ VeriSign (http://www.verisign.com/) และ Thawte (http://www.thawte.com/).Taking Orders. คุณมีวิธีในการจัดการกับคำสั่งซื้อทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์หรือไม่? ทั่วโลกยังมีคนอีกมากที่ยังกลัวและหวาดระแวงกับการสั่งซื้อทางออนไลน์ และพวกเขายินดีที่จะส่งคำสั่งซื้อผ่านทางแฟกซ์, โทรศัพท์... และแม้แต่ทางไปรษณีย์ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีทางเลือกทั้งหมดนี้ให้กับพวกเขาTaxes. เป็นอีกเรื่องที่คุณจะต้องเตรียมการให้พร้อม อย่าคอยให้สรรพากรมาเคาะถึงประตูบริษัทDelivery. คุณต้องกำหนดว่าคุณจะส่งสินค้าของคุณอย่างไร ทางออนไลน์หรือคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง? ถ้าคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง ลูกค้าของคุณต้องการจะรู้ว่าพวกเขาจะได้รับสินค้ายังไงและพวกเขาจะติดตามดูการส่งสินค้าได้อย่างไร?... นานแค่ไหนที่พวกเขาจะได้รับ?... และพวกเขาจะต้องเสียค่าขนส่งเท่าไหร่?... และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสินค้าที่ส่งมาชำรุด อันเนื่องมาจากบริษัทที่จัดส่งสินค้านั้น?... และถ้าสินค้าที่ส่งมาไม่เป็นไปตามที่พวกเขาสั่งซื้อ คุณจะมีทางออกให้พวกเขาอย่างไร?... ถ้าพวกเขาไม่พอใจสินค้า พวกเขาจะคืนสินค้าได้อย่างไรและใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย... และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องเซ็ทอัพขึ้นมาและแสดงให้ลูกค้าของคุณรับรู้ด้วยการรับรอง ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมายและการสร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพก็สามารถจะสร้างได้อย่างง่ายดายเช่นกันด้วย เป็นเหตุให้พวกมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการหลอกผู้ซื้อได้ จึงจำเป็นต้องมี Third party ที่จะทำการรับรองเว็บไซต์นั้นว่ามีอยู่จริง และได้ทำธุรกิจนั้นอยู่อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้ Third party ที่ให้บริการแบบนี้ก็มี VeriSign, BBB Online เป็นต้นครับเพื่อนๆ คงพอมองภาพออกบ้างแล้วว่าอีคอมเมิร์ซเขาทำกันอย่างไร... และพวกคุณคงอยากจะรู้ต่อว่าแล้วจะเริ่มกันได้อย่างไรและที่ไหนใช่มั้ยครับ?... โอเคครับ ผมเข้าใจครับ แต่มันจะเป็นการยืดเยื้อไป เอาเป็นว่าในขั้นตอนนี้ผมขอให้พวกคุณมีภาพเหล่านี้ก่อนและเมื่อผมพูดอะไรต่อไป พวกคุณจะสามารถเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น 6# - โปรโมชั่นและการตลาดการทำโปรโมชั่นและการตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแบบออนไลน์... อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ายังมีโลกส่วนใหญ่อีกที่ไม่ได้อยู่ในอินเตอร์เน็ต! การตลาดเริ่มต้นตอนที่คุณเลือกโดเมนเนมของคุณเอง มันควรจะสั้นและจำได้ง่ายใช่มั้ยครับ? แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ขอให้มันเป็นคำหรือประโยคที่เข้าใจง่ายสื่อถึงธุรกิจที่คุณทำและจำได้ง่าย ซึ่งคำพวกนี้อาจจะยาวมากก็ได้ เช่นปัจจุบันนี้อาจจะยาวถึง 30 - 60 ตัวอักษรก็มีอย่าลืมในหัวจดหมาย, นามบัตร, โบรชัว, บทความ, ใบเรียกเก็บเงินและอื่นๆ คุณได้พิมพ์ URL ของคุณไว้ด้วยเลือกและใช้ SIG file บนอีเมล์ที่จะส่งออกทุกฉบับ มันควรจะบอกว่าคุณเป็นใครและคุณกำลังทำอะไรอยู่ อย่าลืมให้มีทั้ง URL และอีเมล์แอดเดรสของคุณรวมอยู่ในนั้นด้วยอย่าลืมทุกเพจบนเว็บไซต์ของคุณมีช่องทางให้พวกเขาติดต่อกับคุณได้ง่าย รายละเอียดยังมีอีกมาก ซึ่งคุณคอยติดตามได้ดูได้จากหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยราวปลายปี 2545 นี้ครับ7# - ติดต่อกับลูกค้าของคุณอย่างสม่ำเสมอรายชื่อลูกค้าของคุณมีค่ายิ่งกว่าทอง พยายามเก็บรักษาให้ดีและอัพเดตอยู่ตลอดเวลา... และถ้าคุณบอกกับลูกค้าของคุณว่า คุณไม่ได้ให้หรือขายรายชื่ออีเมล์แอดเดรสของพวกเขา... ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำ!พิจารณาส่ง Newsletter สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งเพื่อรักษาการติดต่อกับพวกเขาไว้ตลอดระมัดระวังในสิ่งที่คุณพูด การติดต่อทางอีเมล์เป็นสิ่งที่เปราะบางและคนอ่านอาจจะเข้าใจความตั้งใจของคุณผิดได้ ห้ามติดต่อในขณะที่คุณกำลังหัวเสีย... และผมขอเตือนว่า คุณอย่าตอบโต้กับพวกเฟลม (คำตำหนิ, คำด่า, คำสาปแช่ง) ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณไม่ต้องการจะรับอีเมล์ที่มีคำพวกนี้อยู่ คุณสามารถจะใช้ Mailloop กรองแล้วจัดการทำลายคำเหล่านี้ก่อนที่คุณจะได้เห็นมันได้ตอบคำถามที่สอบถามเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ให้คุณเซ็ทอัพ Autoresponder ทำงานแทนคุณได้ และเมื่อคุณพร้อมแล้ว คุณจึงจะตอบกลับไปหาพวกเขาอย่าทิ้งให้ลูกค้ามีปัญหาโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขทำตามสิ่งที่คุณได้รับประกันไว้ ถ้าคุณให้เวลาพวกเขาในการคืนสินค้านาน 1 ปีและพวกเขาคืนสินค้าในวันที่ 364... คุณก็ต้องทำตามที่ได้สัญญาไว้ ให้คุณใช้ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยในการวางแผนและสร้างเว็บไซต์ของคุณและคุณก็พร้อมที่จะเติบโตก้าวไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณไปสู่ความสำเร็จได้!!!
แหล่งที่มา: thaimarketingcenter ผู้เขียน: thaimarketingcenter
เว็บไซต์ที่ดีก็คือเว็บไซต์ที่มีการวางแผนไว้ดี! แน่นอน คุณสามารถจะสร้างเว็บไซต์แบบตามบุญตามกรรมได้... และผมแน่ใจว่าคุณคงได้เห็นผลที่คิดแบบตามบุญตามกรรมได้ในทุกวันนี้เช่นกัน! ไซต์ที่มีการออกแบบด้วยองค์ประกอบที่คละกันไปหมด ทั้งฟอนต์, ภาพกราฟิกและการเลือกบทความและหัวเรื่องที่สุ่มมา เห็นเทคนิคอะไรใหม่หรือลูกเล่นแพรวพราวก็หยิบมาใส่ในเว็บไซต์ โดยไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเองถ้าคุณต้องการพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องวางแผนด้วยความระมัดระวัง นี่เป็นลิสต์รายการสิ่งที่คุณจำเป็นต้องคิดถึงก่อนที่จะเริ่มพัฒนา... และขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างเว็บไซต์ของคุณ ลิสต์นี้จะแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มหลัก... แต่ละส่วนจะมีลิสต์ของมันเองที่จะต้องทำ ขึ้นกับชนิดของธุรกิจที่คุณอยู่ คุณอาจจะไม่ต้องมีทุกขั้นตอน แต่สิ่งนี้จะช่วยชี้ประเด็นที่คุณจำเป็นต้องคิดถึง...บางครั้งคุณต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง... และการกระทำนั้นอาจจะทำให้คุณจำเป็นต้องเดินทางไกลก็ได้1# - ตั้งบริษัทของคุณชื่อและตัวบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นทรัพย์สินหรือนิติบุคคล (คุณอาจจะต้องเช็ค, เลือกและจดทะเบียนโดเมนเนมในเวลาเดียวกัน ถ้าชื่อบริษัทของคุณและ URL เป็นชื่อเดียวกัน คุณจะได้เรตติ้งที่สูงขึ้นจาก Search engines) เริ่มจดทะเบียนโดเมนเนมเสียวันนี้ ส่วนการจดทะเบียนตั้งบริษัท ถ้าคุณพร้อมและมีชื่ออยู่ในใจแล้วเข้ามาตรวจสอบชื่อและขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิได้ที่ ThaiRegistration.com (http://www.thairegistration.com/reg) หลังจากนั้นก็ขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ที่เดียวกันนี้ ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้มากและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทที่รับจ้างไปได้มาก -- ตอนนี้เปิดให้บริการเฉพาะในเขตกรุงเทพก่อน ราวปลายปี 2545 นี้จึงจะขยายไปทั่วประเทศ กำหนดว่าทำไมคุณถึงต้องออนไลน์ คุณกำลังสร้างเว็บไซต์ที่ขายข้อมูลและมีรายได้จากการโฆษณาและ Affiliate program หรือจากการขายสินค้าหรือบริการที่ไซต์ของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการแสดงสินค้าของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศของคุณกำหนดว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร? ใครที่จะเข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณ? พวกเขาจะไปรวมตัวกันที่ไหน?ใครเป็นคู่แข่งของคุณ? พวกเขาขายอะไร? พวกเขาขายมันอย่างไร? พวกเขาได้เซ็ทอัพ Affiliate Programs ขึ้นมาใช้งานหรือ Joint venture หรือไม่? คุณได้เสนอทางเลือกอะไรที่แตกต่างไปจากพวกเขาหรือไม่? 2# - เนื้อหาในเว็บไซต์อย่าไปประเมินเวลาที่ใช้ในการเซ็ทอัพและการดูแลข้อมูลที่เว็บไซต์ของคุณต่ำเกินไป การดูแลและเพิ่มข้อมูลเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณต้องมีการวางแผนและหลักในการพิจารณา ถ้าคุณต้องการให้คนที่เข้าชมกลับมาอีกเรื่อยๆ คุณต้องมีเหตุผลให้พวกเขากลับมา สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเองอย่างบังเอิญแน่นอน คุณต้องนำข้อมูลที่ล้าสมัยออกจากไซต์ของคุณและใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปและหาเหตุผลให้กับผู้เข้าชมในการกลับมาที่ไซต์ของคุณบ่อยๆช่องว่างการตลาดของคุณเป็นอะไร? ไซต์ของคุณมีข้อมูลประเภทไหน? อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาที่ไซต์ของคุณในครั้งแรก? และอะไรที่ทำให้พวกเขากลับมาอีก?คุณไปหาข้อมูลมาจากแหล่งไหนมาป้อนที่เว็บไซต์ของคุณ? คุณเขียนขึ้นมาเองหรือจ้างคนเขียน? คุณซื้อข้อมูลหรือรวบรวมมาฟรี? คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคุณจ้างหรือร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น? คุณดูแลและเพิ่มข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ไซต์ของคุณอย่างไร? คุณทำงานนี้บ่อยแค่ไหน? คุณไปเรียนรู้งานเซ็ทอัพและดูแลรักษาไซต์มาได้อย่างไร... หรือจ้างคนทำให้คุณ?คุณนำเสนอให้ข้อมูลฟรี? คุณเสนอ Newsletter ฟรี? บ่อยแค่ไหน? ขอย้ำอีกที... ใครเขียนให้คุณและใครโพสต์ให้คุณ... และคุณดูแลลูกค้าและผู้ลงทะเบียนของคุณอย่างไร? 3# - การเลือก ISP และโฮสต์ให้กับเว็บไซต์การเลือกโฮสต์ให้กับเว็บไซต์และ ISP เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจของคุณ คุณสามารถจะขายสินค้าให้กับผู้เข้าชมของคุณได้ ถ้าพวกเขาสามารถจะเข้ามาดูที่เว็บไซต์ของคุณได้สะดวก คุณจะเสียเวลาและเสียเงินมากในการเปลี่ยนโฮสต์ ถ้าพวกเขาไม่ได้ให้บริการกับคุณตามที่ได้ตกลงกันไว้ คุณอย่าลืมว่า "คุณจ่ายยังไง คุณก็ได้อย่างนั้น" นั่นคือว่า ถ้าคุณต้องการของถูก คุณก็จะได้บริการที่แย่มากตอบแทน! ISP และเว็บโฮสต์ของคุณถือว่าเป็นผู้ร่วมธุรกิจของคุณ ให้เลือกด้วยความระมัดระวัง!คุณมี ISP? บริษัทที่คุณใช้บริการอยู่น่าเชื่อถือ? คุณใช้ความเร็วโมเด็มเท่าไหร่ติดต่อกับพวกเขา? คุณซื้อบริการของพวกเขาแบบ dial-up? ถ้าคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชม. คุณควรพิจารณาใช้บริการของบริษัทเคเบิ้ลหรือผ่านทางสายโทรศัพท์ ADSL. คุณอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการออนไลน์ ดังนั้นความสะดวกและความเร็วของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยเว็บไซต์ของคุณโฮสต์อยู่กับใคร? อย่าไปคิดว่าคุณต้องใช้ ISP ที่คุณใช้บริการอยู่เพื่อโฮสต์เว็บไซต์ของคุณเสมอไป คุณอาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่าในการโฮสต์เว็บไซต์ของคุณ เช่น ถ้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในประเทศไทย คุณอาจจะหาโฮสต์ในประเทศไทยที่ให้บริการด้านเทคนิคที่ดีต่อคุณได้อย่างน้อย 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าได้ตลอด 24 ชม.ต่อวันและ 7 วันต่อสัปดาห์ได้จะดีที่สุด ถ้าคุณมีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ในอเมริกาหรือยุโรป คุณอาจจะเลือกโฮสต์ที่น่าเชื่อถือและมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแบบ T1 connections เป็นต้น ผมได้พูดถึงเรื่องการเลือกโฮสต์มาแล้วให้คุณเปิดดูได้จาก Newsletter เรื่อง "ความสำคัญของเว็บโฮสต์จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ของคุณ พวกเรามีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้ว!"เว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะจดทะเบียนโดเมนเนมให้คุณได้หรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์ของคุณให้บริการเหล่านี้ (CGI-bins, secure server pages และ website statistics) กับคุณหรือไม่? และพวกเขาได้คิดเป็นค่าบริการแยกต่างหากหรือรวมกัน? เว็บไซต์โฮสต์ตอบคำถามของคุณผ่านทางอีเมล์อย่างรวดเร็วหรือไม่? พวกเขามีโทรศัพท์ไว้คอยให้ความช่วยเหลือกับคุณหรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์มีบริการตามที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องการ อย่างเช่น อีคอมเมิร์ซ, firewalls, ระบบดูแลป้องกันพวกแฮกเกอร์และอื่นๆ ให้หรือไม่?4# - ระบบการบริหารจัดการธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จคุณต้องสามารถควบคุมงานจำนวนมากที่มีเข้ามาในแต่ละวันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาอันจำกัด การจะทำงานแบบนี้ได้คุณต้องจัดการและมีเครื่องมือ (ในที่นี้ก็คือซอฟท์แวร์) ที่เหมาะสม คุณต้องเตรียมการพวกนี้ให้พร้อมและต้องมองเผื่ออนาคตว่าคุณจะต้องโต ไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่าการที่มีธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วจนคุณไม่สามารถจะจัดการกับมันได้! ถ้าคุณไม่ได้เตรียมพร้อม คุณจะทำลายชื่อเสียงของคุณเองและทำลายธุรกิจของคุณ... และเมื่อมันเสียหายไปแล้ว นั่นก็ยากที่จะกอบกู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่า ธุรกิจของคุณมีระบบที่พร้อมจะรุกไปข้างหน้าได้!HTML editor มีซอฟท์แวร์ที่ช่วยเขียน HTML อยู่จำนวนมากในท้องตลาดให้เลือก ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นฝึกเรียนรู้ ผมแนะนำให้ใช้ MS Frontpage และถ้าคุณต้องการจะก้าวไปอีกขั้นผมแนะนำ DreamWeaver (http://www.macromedia.com/) หรือ Homesite (http://www.allaire.com/) แต่ถ้าคุณคุ้นเคยกับ HTML ดี ผมแนะนำให้คุณใช้ Hotdog Professional (http://www.sausagetools.com/) ซอฟท์แวร์อีเมล์ อย่าไปเสียเวลากับซอฟท์แวร์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ หาซอฟท์แวร์ที่เป็น "โปร" ด้านนี้มาช่วยจัดการกับปริมาณอีเมล์ที่เข้ามาจำนวนมากในแต่ละวัน ซอฟท์แวร์ที่อยากจะแนะนำคือ Eudora Pro, ซึ่งคุณสามารถจะดาวน์โหลดมาใช้ได้ที่ http://www.eudora.com/, มันสามารถช่วยให้คุณจัดทำ Mailing list ได้จำนวนมาก, เซ็ทอัพ SIG file ได้ไม่จำกัดและนำมาใช้งานได้สะดวก เป็นต้น ยังมีรายละเอียดอื่นอีกมากสำหรับโปรแกรมตัวนี้ที่เหมาะนำมาใช้งานในธุรกิจ ผมพูดไว้ค่อนข้างละเอียดในหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) เป็นซอฟท์แวร์ที่มีราคาไม่สูงหรือคุณจะใช้ฟรีก็ได้มีให้เลือกใน ligth mode และ sponsor mode. ถ้าคุณใช้งานเป็น มันจะช่วยประหยัดเวลาของคุณไปได้มากทีเดียวMailloop (http://www.thaimarketingcenter.com/recommend/automate/mailloop/index.html) เป็นซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้คุณส่งอีเมล์จำนวนมากติดต่อกับสมาชิก, ลูกค้า, Leads, กลุ่มที่คาดหวังของคุณหรืออื่นๆ ได้ มันจะช่วยประหยัดเวลาทำงานประจำของคุณไปได้มาก, ช่วยกรองสแปมและเฟลม, จดทะเบียนสมาชิกและยกเลิกได้โดยอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมาก คุณอย่าลืมว่า อีเมล์ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดอันหนึ่งที่จะทำให้คุณติดต่อกับลูกค้าของคุณได้ตลอดเวลา ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าขาดส่วนนี้ไป!Browsers. ให้คุณไปดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดมาใช้งานได้ สำหรับ Internet explorer ที่ http://www.microsoft.com/windows/ie/downloads/default.asp และสำหรับ Netscape Navigator ที่ http://www.netscape.com/download/. ผมแนะนำให้คุณควรมีทั้งสองตัวนี้เพื่อใช้เช็คดูหน้าตาเว็บไซต์ของคุณบนเบราเซอร์ทั้งสองตัวนี้ และคุณอาจจะแปลกใจที่ไซต์ของคุณแสดงผลออกมาแตกต่างกันบนเบราเซอร์แต่ละตัวก็ได้WS_FTP Pro (http://www.ipswitch.com/) สำหรับส่งเว็บเพจของคุณขึ้นไปเก็บไว้บนเว็บโฮสต์ของคุณ โปรแกรมตัวนี้จะแตกต่างจากซอฟท์แวร์ FTP ตัวอื่นตรงที่ คุณสามารถจะเปลี่ยน chmode ของไฟล์ได้โดยตรงTraffic Analyzer มีหลายตัวให้เลือก แต่ตัวที่โดดเด่นที่สุดและนิยมใช้กันมากก็คือ WebTrend Log Analyzer (http://www.netiq.com/) มันมีราคาที่สูงมากสำหรับบ้านเรา แต่ก็คุ้มค่ากับการใช้งาน คุณจะรู้ความเป็นมาทั้งหมดของเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณมองทะลุทั้งหมดว่า ผู้เข้าชมของคุณมาจากไหน, พวกเขามาจาก Search engines อะไร, พวกเขาชอบและไม่ชอบเพจไหนของคุณมากที่สุด, พวกเขาออกจากเพจไหนมากที่สุด และอื่นๆ อีกมาก มันยังจะแสดงผลในรูปของภาพกราฟิก 3 มิติทำให้ดูได้ง่าย ถ้าเว็บไซต์โฮสต์ของคุณไม่มีให้บริการ คุณจำเป็นต้องหามาใช้งานสักตัว ถ้าคุณไม่มีใช้งาน มันก็เหมือนกับการเดินในที่มืด คุณจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณบ้าง! ... แล้วคุณจะเดินได้ถูกทางได้อย่างไร?และอื่นๆ ... ลิสต์รายการยังมีอีกมากที่ผมยังไม่ได้พูดถึง เช่น ซอฟท์แวร์บัญชี, ซอฟท์แวร์ตรวจสอบไวรัส, โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล... เป็นต้น และซอฟท์แวร์เฉพาะสำหรับธุรกิจแต่ละชนิด พยายามหาซอฟท์แวร์ที่เข้าได้ดีกับธุรกิจของคุณ, ทำให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าอย่างง่ายๆ, สนุกและประหยัดเวลาของคุณ! 5# - E-Commerce Solutionsเพื่อที่จะให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้... คุณต้องมีรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จอยู่ในหัว! ถ้าคุณจะทำอีคอมเมิร์ซ นั่นหมายความว่า คุณต้องมีระบบการชำระเงินที่ดีและมีซอฟท์แวร์ Shopping cart ที่เหมาะสม ถ้าคุณทดลองใช้วิธีการต่างๆ เพื่อลองผิดลองถูกกับธุรกิจของคุณไปเรื่อยๆ ... คนส่วนใหญ่ก็จะไม่จริงจังกับคุณมากมายนัก ต่างจากพวกมืออาชีพที่เข้าใจและรู้จักเลือกใช้บริการอีคอมเมิร์ซที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในตัวพวกเขากำหนดขอบเขตธุรกิจของคุณ คุณต้องกำหนดว่าคุณจะทำธุรกิจในระดับท้องถิ่นภายในประเทศเท่านั้น หรือคุณจะทำธุรกิจระดับประเทศ... ขยายไปทั่วโลก ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีร้ายขายดอกไม้และคุณต้องการจะขายสินค้าของคุณไปทั่วโลก หรือคุณจะขายเฉพาะภายในประเทศไทย คุณต้องบอกพวกเขาเพื่อไม่ให้พวกเขาเสียเวลามาสั่งซื้อInternet Merchant Account. ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำอีคอมเมิร์ซ เพราะถ้าคุณไม่มี มันก็เป็นไปได้ที่คุณจะจัดให้มีการชำระเงินแบบ Real-time บนเว็บไซต์ของคุณได้ (นอกเสียจากคุณจะไปใช้บริการของทาง Cybermall หรือ Third party ซึ่งจะคิดค่า Discount rate กับคุณสูงมากและคุณต้องเสียเวลาคอยนานถึง 55 วันขึ้นไปถึงจะได้เงิน) หรือไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องหันไปใช้วิธีการชำระเงินแบบเก่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไซต์ของคุณดูดีขึ้นเลยและยิ่งจะสร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้ที่จะเป็นลูกค้าของคุณด้วย!Secure Online Orders. คุณจำเป็นต้องมี secure online order page เพื่อป้องกันข้อมูลของลูกค้า (ข้อมูลบัตรเครดิต) จากการถูกแฮกและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของคุณว่า ข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ? นั่นคือโอกาสที่พวกเขาจะเลือกซื้อสินค้าจากคุณก็สูงขึ้น โดยทั่วไป ทางเว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะมีบริการเสริมให้ แต่ถ้าไม่มี คุณก็ไม่ต้องกังวล คุณยังมีทางเลือกอีกมากPayment Gateway. เป็นซอฟท์แวร์ที่จะเชื่อมโยง Internet merchant account, shopping cart และ Banking network เข้าด้วยกันเพื่อทำให้ขบวนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้แบบ Real-time ในขณะที่ลูกค้าของคุณกำลังคอยอยู่ที่หน้าจอ ปัจจุบันที่นิยมกันคือ PayFlow Pro, PayFlow Link ของ VeriSign (http://www.verisign.com/) และ Thawte (http://www.thawte.com/).Taking Orders. คุณมีวิธีในการจัดการกับคำสั่งซื้อทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์หรือไม่? ทั่วโลกยังมีคนอีกมากที่ยังกลัวและหวาดระแวงกับการสั่งซื้อทางออนไลน์ และพวกเขายินดีที่จะส่งคำสั่งซื้อผ่านทางแฟกซ์, โทรศัพท์... และแม้แต่ทางไปรษณีย์ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีทางเลือกทั้งหมดนี้ให้กับพวกเขาTaxes. เป็นอีกเรื่องที่คุณจะต้องเตรียมการให้พร้อม อย่าคอยให้สรรพากรมาเคาะถึงประตูบริษัทDelivery. คุณต้องกำหนดว่าคุณจะส่งสินค้าของคุณอย่างไร ทางออนไลน์หรือคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง? ถ้าคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง ลูกค้าของคุณต้องการจะรู้ว่าพวกเขาจะได้รับสินค้ายังไงและพวกเขาจะติดตามดูการส่งสินค้าได้อย่างไร?... นานแค่ไหนที่พวกเขาจะได้รับ?... และพวกเขาจะต้องเสียค่าขนส่งเท่าไหร่?... และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสินค้าที่ส่งมาชำรุด อันเนื่องมาจากบริษัทที่จัดส่งสินค้านั้น?... และถ้าสินค้าที่ส่งมาไม่เป็นไปตามที่พวกเขาสั่งซื้อ คุณจะมีทางออกให้พวกเขาอย่างไร?... ถ้าพวกเขาไม่พอใจสินค้า พวกเขาจะคืนสินค้าได้อย่างไรและใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย... และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องเซ็ทอัพขึ้นมาและแสดงให้ลูกค้าของคุณรับรู้ด้วยการรับรอง ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมายและการสร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพก็สามารถจะสร้างได้อย่างง่ายดายเช่นกันด้วย เป็นเหตุให้พวกมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการหลอกผู้ซื้อได้ จึงจำเป็นต้องมี Third party ที่จะทำการรับรองเว็บไซต์นั้นว่ามีอยู่จริง และได้ทำธุรกิจนั้นอยู่อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้ Third party ที่ให้บริการแบบนี้ก็มี VeriSign, BBB Online เป็นต้นครับเพื่อนๆ คงพอมองภาพออกบ้างแล้วว่าอีคอมเมิร์ซเขาทำกันอย่างไร... และพวกคุณคงอยากจะรู้ต่อว่าแล้วจะเริ่มกันได้อย่างไรและที่ไหนใช่มั้ยครับ?... โอเคครับ ผมเข้าใจครับ แต่มันจะเป็นการยืดเยื้อไป เอาเป็นว่าในขั้นตอนนี้ผมขอให้พวกคุณมีภาพเหล่านี้ก่อนและเมื่อผมพูดอะไรต่อไป พวกคุณจะสามารถเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น 6# - โปรโมชั่นและการตลาดการทำโปรโมชั่นและการตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแบบออนไลน์... อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ายังมีโลกส่วนใหญ่อีกที่ไม่ได้อยู่ในอินเตอร์เน็ต! การตลาดเริ่มต้นตอนที่คุณเลือกโดเมนเนมของคุณเอง มันควรจะสั้นและจำได้ง่ายใช่มั้ยครับ? แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ขอให้มันเป็นคำหรือประโยคที่เข้าใจง่ายสื่อถึงธุรกิจที่คุณทำและจำได้ง่าย ซึ่งคำพวกนี้อาจจะยาวมากก็ได้ เช่นปัจจุบันนี้อาจจะยาวถึง 30 - 60 ตัวอักษรก็มีอย่าลืมในหัวจดหมาย, นามบัตร, โบรชัว, บทความ, ใบเรียกเก็บเงินและอื่นๆ คุณได้พิมพ์ URL ของคุณไว้ด้วยเลือกและใช้ SIG file บนอีเมล์ที่จะส่งออกทุกฉบับ มันควรจะบอกว่าคุณเป็นใครและคุณกำลังทำอะไรอยู่ อย่าลืมให้มีทั้ง URL และอีเมล์แอดเดรสของคุณรวมอยู่ในนั้นด้วยอย่าลืมทุกเพจบนเว็บไซต์ของคุณมีช่องทางให้พวกเขาติดต่อกับคุณได้ง่าย รายละเอียดยังมีอีกมาก ซึ่งคุณคอยติดตามได้ดูได้จากหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยราวปลายปี 2545 นี้ครับ7# - ติดต่อกับลูกค้าของคุณอย่างสม่ำเสมอรายชื่อลูกค้าของคุณมีค่ายิ่งกว่าทอง พยายามเก็บรักษาให้ดีและอัพเดตอยู่ตลอดเวลา... และถ้าคุณบอกกับลูกค้าของคุณว่า คุณไม่ได้ให้หรือขายรายชื่ออีเมล์แอดเดรสของพวกเขา... ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำ!พิจารณาส่ง Newsletter สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งเพื่อรักษาการติดต่อกับพวกเขาไว้ตลอดระมัดระวังในสิ่งที่คุณพูด การติดต่อทางอีเมล์เป็นสิ่งที่เปราะบางและคนอ่านอาจจะเข้าใจความตั้งใจของคุณผิดได้ ห้ามติดต่อในขณะที่คุณกำลังหัวเสีย... และผมขอเตือนว่า คุณอย่าตอบโต้กับพวกเฟลม (คำตำหนิ, คำด่า, คำสาปแช่ง) ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณไม่ต้องการจะรับอีเมล์ที่มีคำพวกนี้อยู่ คุณสามารถจะใช้ Mailloop กรองแล้วจัดการทำลายคำเหล่านี้ก่อนที่คุณจะได้เห็นมันได้ตอบคำถามที่สอบถามเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ให้คุณเซ็ทอัพ Autoresponder ทำงานแทนคุณได้ และเมื่อคุณพร้อมแล้ว คุณจึงจะตอบกลับไปหาพวกเขาอย่าทิ้งให้ลูกค้ามีปัญหาโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขทำตามสิ่งที่คุณได้รับประกันไว้ ถ้าคุณให้เวลาพวกเขาในการคืนสินค้านาน 1 ปีและพวกเขาคืนสินค้าในวันที่ 364... คุณก็ต้องทำตามที่ได้สัญญาไว้ ให้คุณใช้ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยในการวางแผนและสร้างเว็บไซต์ของคุณและคุณก็พร้อมที่จะเติบโตก้าวไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณไปสู่ความสำเร็จได้!!!
7 ขั้นตอนในการวางแผนสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ประสบความสำเร็จ
บทความเรื่อง: 7 ขั้นตอนในการวางแผนสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ประสบความสำเร็จ
แหล่งที่มา: thaimarketingcenter ผู้เขียน: thaimarketingcenter
เว็บไซต์ที่ดีก็คือเว็บไซต์ที่มีการวางแผนไว้ดี! แน่นอน คุณสามารถจะสร้างเว็บไซต์แบบตามบุญตามกรรมได้... และผมแน่ใจว่าคุณคงได้เห็นผลที่คิดแบบตามบุญตามกรรมได้ในทุกวันนี้เช่นกัน! ไซต์ที่มีการออกแบบด้วยองค์ประกอบที่คละกันไปหมด ทั้งฟอนต์, ภาพกราฟิกและการเลือกบทความและหัวเรื่องที่สุ่มมา เห็นเทคนิคอะไรใหม่หรือลูกเล่นแพรวพราวก็หยิบมาใส่ในเว็บไซต์ โดยไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเองถ้าคุณต้องการพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องวางแผนด้วยความระมัดระวัง นี่เป็นลิสต์รายการสิ่งที่คุณจำเป็นต้องคิดถึงก่อนที่จะเริ่มพัฒนา... และขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างเว็บไซต์ของคุณ ลิสต์นี้จะแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มหลัก... แต่ละส่วนจะมีลิสต์ของมันเองที่จะต้องทำ ขึ้นกับชนิดของธุรกิจที่คุณอยู่ คุณอาจจะไม่ต้องมีทุกขั้นตอน แต่สิ่งนี้จะช่วยชี้ประเด็นที่คุณจำเป็นต้องคิดถึง...บางครั้งคุณต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง... และการกระทำนั้นอาจจะทำให้คุณจำเป็นต้องเดินทางไกลก็ได้1# - ตั้งบริษัทของคุณชื่อและตัวบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นทรัพย์สินหรือนิติบุคคล (คุณอาจจะต้องเช็ค, เลือกและจดทะเบียนโดเมนเนมในเวลาเดียวกัน ถ้าชื่อบริษัทของคุณและ URL เป็นชื่อเดียวกัน คุณจะได้เรตติ้งที่สูงขึ้นจาก Search engines) เริ่มจดทะเบียนโดเมนเนมเสียวันนี้ ส่วนการจดทะเบียนตั้งบริษัท ถ้าคุณพร้อมและมีชื่ออยู่ในใจแล้วเข้ามาตรวจสอบชื่อและขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิได้ที่ ThaiRegistration.com (http://www.thairegistration.com/reg) หลังจากนั้นก็ขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ที่เดียวกันนี้ ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้มากและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทที่รับจ้างไปได้มาก -- ตอนนี้เปิดให้บริการเฉพาะในเขตกรุงเทพก่อน ราวปลายปี 2545 นี้จึงจะขยายไปทั่วประเทศ กำหนดว่าทำไมคุณถึงต้องออนไลน์ คุณกำลังสร้างเว็บไซต์ที่ขายข้อมูลและมีรายได้จากการโฆษณาและ Affiliate program หรือจากการขายสินค้าหรือบริการที่ไซต์ของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการแสดงสินค้าของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศของคุณกำหนดว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร? ใครที่จะเข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณ? พวกเขาจะไปรวมตัวกันที่ไหน?ใครเป็นคู่แข่งของคุณ? พวกเขาขายอะไร? พวกเขาขายมันอย่างไร? พวกเขาได้เซ็ทอัพ Affiliate Programs ขึ้นมาใช้งานหรือ Joint venture หรือไม่? คุณได้เสนอทางเลือกอะไรที่แตกต่างไปจากพวกเขาหรือไม่? 2# - เนื้อหาในเว็บไซต์อย่าไปประเมินเวลาที่ใช้ในการเซ็ทอัพและการดูแลข้อมูลที่เว็บไซต์ของคุณต่ำเกินไป การดูแลและเพิ่มข้อมูลเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณต้องมีการวางแผนและหลักในการพิจารณา ถ้าคุณต้องการให้คนที่เข้าชมกลับมาอีกเรื่อยๆ คุณต้องมีเหตุผลให้พวกเขากลับมา สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเองอย่างบังเอิญแน่นอน คุณต้องนำข้อมูลที่ล้าสมัยออกจากไซต์ของคุณและใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปและหาเหตุผลให้กับผู้เข้าชมในการกลับมาที่ไซต์ของคุณบ่อยๆช่องว่างการตลาดของคุณเป็นอะไร? ไซต์ของคุณมีข้อมูลประเภทไหน? อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาที่ไซต์ของคุณในครั้งแรก? และอะไรที่ทำให้พวกเขากลับมาอีก?คุณไปหาข้อมูลมาจากแหล่งไหนมาป้อนที่เว็บไซต์ของคุณ? คุณเขียนขึ้นมาเองหรือจ้างคนเขียน? คุณซื้อข้อมูลหรือรวบรวมมาฟรี? คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคุณจ้างหรือร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น? คุณดูแลและเพิ่มข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ไซต์ของคุณอย่างไร? คุณทำงานนี้บ่อยแค่ไหน? คุณไปเรียนรู้งานเซ็ทอัพและดูแลรักษาไซต์มาได้อย่างไร... หรือจ้างคนทำให้คุณ?คุณนำเสนอให้ข้อมูลฟรี? คุณเสนอ Newsletter ฟรี? บ่อยแค่ไหน? ขอย้ำอีกที... ใครเขียนให้คุณและใครโพสต์ให้คุณ... และคุณดูแลลูกค้าและผู้ลงทะเบียนของคุณอย่างไร? 3# - การเลือก ISP และโฮสต์ให้กับเว็บไซต์การเลือกโฮสต์ให้กับเว็บไซต์และ ISP เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจของคุณ คุณสามารถจะขายสินค้าให้กับผู้เข้าชมของคุณได้ ถ้าพวกเขาสามารถจะเข้ามาดูที่เว็บไซต์ของคุณได้สะดวก คุณจะเสียเวลาและเสียเงินมากในการเปลี่ยนโฮสต์ ถ้าพวกเขาไม่ได้ให้บริการกับคุณตามที่ได้ตกลงกันไว้ คุณอย่าลืมว่า "คุณจ่ายยังไง คุณก็ได้อย่างนั้น" นั่นคือว่า ถ้าคุณต้องการของถูก คุณก็จะได้บริการที่แย่มากตอบแทน! ISP และเว็บโฮสต์ของคุณถือว่าเป็นผู้ร่วมธุรกิจของคุณ ให้เลือกด้วยความระมัดระวัง!คุณมี ISP? บริษัทที่คุณใช้บริการอยู่น่าเชื่อถือ? คุณใช้ความเร็วโมเด็มเท่าไหร่ติดต่อกับพวกเขา? คุณซื้อบริการของพวกเขาแบบ dial-up? ถ้าคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชม. คุณควรพิจารณาใช้บริการของบริษัทเคเบิ้ลหรือผ่านทางสายโทรศัพท์ ADSL. คุณอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการออนไลน์ ดังนั้นความสะดวกและความเร็วของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยเว็บไซต์ของคุณโฮสต์อยู่กับใคร? อย่าไปคิดว่าคุณต้องใช้ ISP ที่คุณใช้บริการอยู่เพื่อโฮสต์เว็บไซต์ของคุณเสมอไป คุณอาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่าในการโฮสต์เว็บไซต์ของคุณ เช่น ถ้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในประเทศไทย คุณอาจจะหาโฮสต์ในประเทศไทยที่ให้บริการด้านเทคนิคที่ดีต่อคุณได้อย่างน้อย 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าได้ตลอด 24 ชม.ต่อวันและ 7 วันต่อสัปดาห์ได้จะดีที่สุด ถ้าคุณมีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ในอเมริกาหรือยุโรป คุณอาจจะเลือกโฮสต์ที่น่าเชื่อถือและมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแบบ T1 connections เป็นต้น ผมได้พูดถึงเรื่องการเลือกโฮสต์มาแล้วให้คุณเปิดดูได้จาก Newsletter เรื่อง "ความสำคัญของเว็บโฮสต์จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ของคุณ พวกเรามีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้ว!"เว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะจดทะเบียนโดเมนเนมให้คุณได้หรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์ของคุณให้บริการเหล่านี้ (CGI-bins, secure server pages และ website statistics) กับคุณหรือไม่? และพวกเขาได้คิดเป็นค่าบริการแยกต่างหากหรือรวมกัน? เว็บไซต์โฮสต์ตอบคำถามของคุณผ่านทางอีเมล์อย่างรวดเร็วหรือไม่? พวกเขามีโทรศัพท์ไว้คอยให้ความช่วยเหลือกับคุณหรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์มีบริการตามที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องการ อย่างเช่น อีคอมเมิร์ซ, firewalls, ระบบดูแลป้องกันพวกแฮกเกอร์และอื่นๆ ให้หรือไม่?4# - ระบบการบริหารจัดการธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จคุณต้องสามารถควบคุมงานจำนวนมากที่มีเข้ามาในแต่ละวันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาอันจำกัด การจะทำงานแบบนี้ได้คุณต้องจัดการและมีเครื่องมือ (ในที่นี้ก็คือซอฟท์แวร์) ที่เหมาะสม คุณต้องเตรียมการพวกนี้ให้พร้อมและต้องมองเผื่ออนาคตว่าคุณจะต้องโต ไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่าการที่มีธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วจนคุณไม่สามารถจะจัดการกับมันได้! ถ้าคุณไม่ได้เตรียมพร้อม คุณจะทำลายชื่อเสียงของคุณเองและทำลายธุรกิจของคุณ... และเมื่อมันเสียหายไปแล้ว นั่นก็ยากที่จะกอบกู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่า ธุรกิจของคุณมีระบบที่พร้อมจะรุกไปข้างหน้าได้!HTML editor มีซอฟท์แวร์ที่ช่วยเขียน HTML อยู่จำนวนมากในท้องตลาดให้เลือก ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นฝึกเรียนรู้ ผมแนะนำให้ใช้ MS Frontpage และถ้าคุณต้องการจะก้าวไปอีกขั้นผมแนะนำ DreamWeaver (http://www.macromedia.com/) หรือ Homesite (http://www.allaire.com/) แต่ถ้าคุณคุ้นเคยกับ HTML ดี ผมแนะนำให้คุณใช้ Hotdog Professional (http://www.sausagetools.com/) ซอฟท์แวร์อีเมล์ อย่าไปเสียเวลากับซอฟท์แวร์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ หาซอฟท์แวร์ที่เป็น "โปร" ด้านนี้มาช่วยจัดการกับปริมาณอีเมล์ที่เข้ามาจำนวนมากในแต่ละวัน ซอฟท์แวร์ที่อยากจะแนะนำคือ Eudora Pro, ซึ่งคุณสามารถจะดาวน์โหลดมาใช้ได้ที่ http://www.eudora.com/, มันสามารถช่วยให้คุณจัดทำ Mailing list ได้จำนวนมาก, เซ็ทอัพ SIG file ได้ไม่จำกัดและนำมาใช้งานได้สะดวก เป็นต้น ยังมีรายละเอียดอื่นอีกมากสำหรับโปรแกรมตัวนี้ที่เหมาะนำมาใช้งานในธุรกิจ ผมพูดไว้ค่อนข้างละเอียดในหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) เป็นซอฟท์แวร์ที่มีราคาไม่สูงหรือคุณจะใช้ฟรีก็ได้มีให้เลือกใน ligth mode และ sponsor mode. ถ้าคุณใช้งานเป็น มันจะช่วยประหยัดเวลาของคุณไปได้มากทีเดียวMailloop (http://www.thaimarketingcenter.com/recommend/automate/mailloop/index.html) เป็นซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้คุณส่งอีเมล์จำนวนมากติดต่อกับสมาชิก, ลูกค้า, Leads, กลุ่มที่คาดหวังของคุณหรืออื่นๆ ได้ มันจะช่วยประหยัดเวลาทำงานประจำของคุณไปได้มาก, ช่วยกรองสแปมและเฟลม, จดทะเบียนสมาชิกและยกเลิกได้โดยอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมาก คุณอย่าลืมว่า อีเมล์ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดอันหนึ่งที่จะทำให้คุณติดต่อกับลูกค้าของคุณได้ตลอดเวลา ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าขาดส่วนนี้ไป!Browsers. ให้คุณไปดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดมาใช้งานได้ สำหรับ Internet explorer ที่ http://www.microsoft.com/windows/ie/downloads/default.asp และสำหรับ Netscape Navigator ที่ http://www.netscape.com/download/. ผมแนะนำให้คุณควรมีทั้งสองตัวนี้เพื่อใช้เช็คดูหน้าตาเว็บไซต์ของคุณบนเบราเซอร์ทั้งสองตัวนี้ และคุณอาจจะแปลกใจที่ไซต์ของคุณแสดงผลออกมาแตกต่างกันบนเบราเซอร์แต่ละตัวก็ได้WS_FTP Pro (http://www.ipswitch.com/) สำหรับส่งเว็บเพจของคุณขึ้นไปเก็บไว้บนเว็บโฮสต์ของคุณ โปรแกรมตัวนี้จะแตกต่างจากซอฟท์แวร์ FTP ตัวอื่นตรงที่ คุณสามารถจะเปลี่ยน chmode ของไฟล์ได้โดยตรงTraffic Analyzer มีหลายตัวให้เลือก แต่ตัวที่โดดเด่นที่สุดและนิยมใช้กันมากก็คือ WebTrend Log Analyzer (http://www.netiq.com/) มันมีราคาที่สูงมากสำหรับบ้านเรา แต่ก็คุ้มค่ากับการใช้งาน คุณจะรู้ความเป็นมาทั้งหมดของเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณมองทะลุทั้งหมดว่า ผู้เข้าชมของคุณมาจากไหน, พวกเขามาจาก Search engines อะไร, พวกเขาชอบและไม่ชอบเพจไหนของคุณมากที่สุด, พวกเขาออกจากเพจไหนมากที่สุด และอื่นๆ อีกมาก มันยังจะแสดงผลในรูปของภาพกราฟิก 3 มิติทำให้ดูได้ง่าย ถ้าเว็บไซต์โฮสต์ของคุณไม่มีให้บริการ คุณจำเป็นต้องหามาใช้งานสักตัว ถ้าคุณไม่มีใช้งาน มันก็เหมือนกับการเดินในที่มืด คุณจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณบ้าง! ... แล้วคุณจะเดินได้ถูกทางได้อย่างไร?และอื่นๆ ... ลิสต์รายการยังมีอีกมากที่ผมยังไม่ได้พูดถึง เช่น ซอฟท์แวร์บัญชี, ซอฟท์แวร์ตรวจสอบไวรัส, โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล... เป็นต้น และซอฟท์แวร์เฉพาะสำหรับธุรกิจแต่ละชนิด พยายามหาซอฟท์แวร์ที่เข้าได้ดีกับธุรกิจของคุณ, ทำให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าอย่างง่ายๆ, สนุกและประหยัดเวลาของคุณ! 5# - E-Commerce Solutionsเพื่อที่จะให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้... คุณต้องมีรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จอยู่ในหัว! ถ้าคุณจะทำอีคอมเมิร์ซ นั่นหมายความว่า คุณต้องมีระบบการชำระเงินที่ดีและมีซอฟท์แวร์ Shopping cart ที่เหมาะสม ถ้าคุณทดลองใช้วิธีการต่างๆ เพื่อลองผิดลองถูกกับธุรกิจของคุณไปเรื่อยๆ ... คนส่วนใหญ่ก็จะไม่จริงจังกับคุณมากมายนัก ต่างจากพวกมืออาชีพที่เข้าใจและรู้จักเลือกใช้บริการอีคอมเมิร์ซที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในตัวพวกเขากำหนดขอบเขตธุรกิจของคุณ คุณต้องกำหนดว่าคุณจะทำธุรกิจในระดับท้องถิ่นภายในประเทศเท่านั้น หรือคุณจะทำธุรกิจระดับประเทศ... ขยายไปทั่วโลก ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีร้ายขายดอกไม้และคุณต้องการจะขายสินค้าของคุณไปทั่วโลก หรือคุณจะขายเฉพาะภายในประเทศไทย คุณต้องบอกพวกเขาเพื่อไม่ให้พวกเขาเสียเวลามาสั่งซื้อInternet Merchant Account. ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำอีคอมเมิร์ซ เพราะถ้าคุณไม่มี มันก็เป็นไปได้ที่คุณจะจัดให้มีการชำระเงินแบบ Real-time บนเว็บไซต์ของคุณได้ (นอกเสียจากคุณจะไปใช้บริการของทาง Cybermall หรือ Third party ซึ่งจะคิดค่า Discount rate กับคุณสูงมากและคุณต้องเสียเวลาคอยนานถึง 55 วันขึ้นไปถึงจะได้เงิน) หรือไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องหันไปใช้วิธีการชำระเงินแบบเก่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไซต์ของคุณดูดีขึ้นเลยและยิ่งจะสร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้ที่จะเป็นลูกค้าของคุณด้วย!Secure Online Orders. คุณจำเป็นต้องมี secure online order page เพื่อป้องกันข้อมูลของลูกค้า (ข้อมูลบัตรเครดิต) จากการถูกแฮกและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของคุณว่า ข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ? นั่นคือโอกาสที่พวกเขาจะเลือกซื้อสินค้าจากคุณก็สูงขึ้น โดยทั่วไป ทางเว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะมีบริการเสริมให้ แต่ถ้าไม่มี คุณก็ไม่ต้องกังวล คุณยังมีทางเลือกอีกมากPayment Gateway. เป็นซอฟท์แวร์ที่จะเชื่อมโยง Internet merchant account, shopping cart และ Banking network เข้าด้วยกันเพื่อทำให้ขบวนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้แบบ Real-time ในขณะที่ลูกค้าของคุณกำลังคอยอยู่ที่หน้าจอ ปัจจุบันที่นิยมกันคือ PayFlow Pro, PayFlow Link ของ VeriSign (http://www.verisign.com/) และ Thawte (http://www.thawte.com/).Taking Orders. คุณมีวิธีในการจัดการกับคำสั่งซื้อทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์หรือไม่? ทั่วโลกยังมีคนอีกมากที่ยังกลัวและหวาดระแวงกับการสั่งซื้อทางออนไลน์ และพวกเขายินดีที่จะส่งคำสั่งซื้อผ่านทางแฟกซ์, โทรศัพท์... และแม้แต่ทางไปรษณีย์ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีทางเลือกทั้งหมดนี้ให้กับพวกเขาTaxes. เป็นอีกเรื่องที่คุณจะต้องเตรียมการให้พร้อม อย่าคอยให้สรรพากรมาเคาะถึงประตูบริษัทDelivery. คุณต้องกำหนดว่าคุณจะส่งสินค้าของคุณอย่างไร ทางออนไลน์หรือคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง? ถ้าคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง ลูกค้าของคุณต้องการจะรู้ว่าพวกเขาจะได้รับสินค้ายังไงและพวกเขาจะติดตามดูการส่งสินค้าได้อย่างไร?... นานแค่ไหนที่พวกเขาจะได้รับ?... และพวกเขาจะต้องเสียค่าขนส่งเท่าไหร่?... และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสินค้าที่ส่งมาชำรุด อันเนื่องมาจากบริษัทที่จัดส่งสินค้านั้น?... และถ้าสินค้าที่ส่งมาไม่เป็นไปตามที่พวกเขาสั่งซื้อ คุณจะมีทางออกให้พวกเขาอย่างไร?... ถ้าพวกเขาไม่พอใจสินค้า พวกเขาจะคืนสินค้าได้อย่างไรและใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย... และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องเซ็ทอัพขึ้นมาและแสดงให้ลูกค้าของคุณรับรู้ด้วยการรับรอง ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมายและการสร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพก็สามารถจะสร้างได้อย่างง่ายดายเช่นกันด้วย เป็นเหตุให้พวกมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการหลอกผู้ซื้อได้ จึงจำเป็นต้องมี Third party ที่จะทำการรับรองเว็บไซต์นั้นว่ามีอยู่จริง และได้ทำธุรกิจนั้นอยู่อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้ Third party ที่ให้บริการแบบนี้ก็มี VeriSign, BBB Online เป็นต้นครับเพื่อนๆ คงพอมองภาพออกบ้างแล้วว่าอีคอมเมิร์ซเขาทำกันอย่างไร... และพวกคุณคงอยากจะรู้ต่อว่าแล้วจะเริ่มกันได้อย่างไรและที่ไหนใช่มั้ยครับ?... โอเคครับ ผมเข้าใจครับ แต่มันจะเป็นการยืดเยื้อไป เอาเป็นว่าในขั้นตอนนี้ผมขอให้พวกคุณมีภาพเหล่านี้ก่อนและเมื่อผมพูดอะไรต่อไป พวกคุณจะสามารถเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น 6# - โปรโมชั่นและการตลาดการทำโปรโมชั่นและการตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแบบออนไลน์... อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ายังมีโลกส่วนใหญ่อีกที่ไม่ได้อยู่ในอินเตอร์เน็ต! การตลาดเริ่มต้นตอนที่คุณเลือกโดเมนเนมของคุณเอง มันควรจะสั้นและจำได้ง่ายใช่มั้ยครับ? แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ขอให้มันเป็นคำหรือประโยคที่เข้าใจง่ายสื่อถึงธุรกิจที่คุณทำและจำได้ง่าย ซึ่งคำพวกนี้อาจจะยาวมากก็ได้ เช่นปัจจุบันนี้อาจจะยาวถึง 30 - 60 ตัวอักษรก็มีอย่าลืมในหัวจดหมาย, นามบัตร, โบรชัว, บทความ, ใบเรียกเก็บเงินและอื่นๆ คุณได้พิมพ์ URL ของคุณไว้ด้วยเลือกและใช้ SIG file บนอีเมล์ที่จะส่งออกทุกฉบับ มันควรจะบอกว่าคุณเป็นใครและคุณกำลังทำอะไรอยู่ อย่าลืมให้มีทั้ง URL และอีเมล์แอดเดรสของคุณรวมอยู่ในนั้นด้วยอย่าลืมทุกเพจบนเว็บไซต์ของคุณมีช่องทางให้พวกเขาติดต่อกับคุณได้ง่าย รายละเอียดยังมีอีกมาก ซึ่งคุณคอยติดตามได้ดูได้จากหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยราวปลายปี 2545 นี้ครับ7# - ติดต่อกับลูกค้าของคุณอย่างสม่ำเสมอรายชื่อลูกค้าของคุณมีค่ายิ่งกว่าทอง พยายามเก็บรักษาให้ดีและอัพเดตอยู่ตลอดเวลา... และถ้าคุณบอกกับลูกค้าของคุณว่า คุณไม่ได้ให้หรือขายรายชื่ออีเมล์แอดเดรสของพวกเขา... ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำ!พิจารณาส่ง Newsletter สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งเพื่อรักษาการติดต่อกับพวกเขาไว้ตลอดระมัดระวังในสิ่งที่คุณพูด การติดต่อทางอีเมล์เป็นสิ่งที่เปราะบางและคนอ่านอาจจะเข้าใจความตั้งใจของคุณผิดได้ ห้ามติดต่อในขณะที่คุณกำลังหัวเสีย... และผมขอเตือนว่า คุณอย่าตอบโต้กับพวกเฟลม (คำตำหนิ, คำด่า, คำสาปแช่ง) ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณไม่ต้องการจะรับอีเมล์ที่มีคำพวกนี้อยู่ คุณสามารถจะใช้ Mailloop กรองแล้วจัดการทำลายคำเหล่านี้ก่อนที่คุณจะได้เห็นมันได้ตอบคำถามที่สอบถามเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ให้คุณเซ็ทอัพ Autoresponder ทำงานแทนคุณได้ และเมื่อคุณพร้อมแล้ว คุณจึงจะตอบกลับไปหาพวกเขาอย่าทิ้งให้ลูกค้ามีปัญหาโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขทำตามสิ่งที่คุณได้รับประกันไว้ ถ้าคุณให้เวลาพวกเขาในการคืนสินค้านาน 1 ปีและพวกเขาคืนสินค้าในวันที่ 364... คุณก็ต้องทำตามที่ได้สัญญาไว้ ให้คุณใช้ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยในการวางแผนและสร้างเว็บไซต์ของคุณและคุณก็พร้อมที่จะเติบโตก้าวไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณไปสู่ความสำเร็จได้!!!
แหล่งที่มา: thaimarketingcenter ผู้เขียน: thaimarketingcenter
เว็บไซต์ที่ดีก็คือเว็บไซต์ที่มีการวางแผนไว้ดี! แน่นอน คุณสามารถจะสร้างเว็บไซต์แบบตามบุญตามกรรมได้... และผมแน่ใจว่าคุณคงได้เห็นผลที่คิดแบบตามบุญตามกรรมได้ในทุกวันนี้เช่นกัน! ไซต์ที่มีการออกแบบด้วยองค์ประกอบที่คละกันไปหมด ทั้งฟอนต์, ภาพกราฟิกและการเลือกบทความและหัวเรื่องที่สุ่มมา เห็นเทคนิคอะไรใหม่หรือลูกเล่นแพรวพราวก็หยิบมาใส่ในเว็บไซต์ โดยไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายของตนเองถ้าคุณต้องการพัฒนาเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องวางแผนด้วยความระมัดระวัง นี่เป็นลิสต์รายการสิ่งที่คุณจำเป็นต้องคิดถึงก่อนที่จะเริ่มพัฒนา... และขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างเว็บไซต์ของคุณ ลิสต์นี้จะแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มหลัก... แต่ละส่วนจะมีลิสต์ของมันเองที่จะต้องทำ ขึ้นกับชนิดของธุรกิจที่คุณอยู่ คุณอาจจะไม่ต้องมีทุกขั้นตอน แต่สิ่งนี้จะช่วยชี้ประเด็นที่คุณจำเป็นต้องคิดถึง...บางครั้งคุณต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง... และการกระทำนั้นอาจจะทำให้คุณจำเป็นต้องเดินทางไกลก็ได้1# - ตั้งบริษัทของคุณชื่อและตัวบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นทรัพย์สินหรือนิติบุคคล (คุณอาจจะต้องเช็ค, เลือกและจดทะเบียนโดเมนเนมในเวลาเดียวกัน ถ้าชื่อบริษัทของคุณและ URL เป็นชื่อเดียวกัน คุณจะได้เรตติ้งที่สูงขึ้นจาก Search engines) เริ่มจดทะเบียนโดเมนเนมเสียวันนี้ ส่วนการจดทะเบียนตั้งบริษัท ถ้าคุณพร้อมและมีชื่ออยู่ในใจแล้วเข้ามาตรวจสอบชื่อและขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิได้ที่ ThaiRegistration.com (http://www.thairegistration.com/reg) หลังจากนั้นก็ขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ที่เดียวกันนี้ ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้มากและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างบริษัทที่รับจ้างไปได้มาก -- ตอนนี้เปิดให้บริการเฉพาะในเขตกรุงเทพก่อน ราวปลายปี 2545 นี้จึงจะขยายไปทั่วประเทศ กำหนดว่าทำไมคุณถึงต้องออนไลน์ คุณกำลังสร้างเว็บไซต์ที่ขายข้อมูลและมีรายได้จากการโฆษณาและ Affiliate program หรือจากการขายสินค้าหรือบริการที่ไซต์ของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการแสดงสินค้าของคุณ หรือใช้เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศของคุณกำหนดว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร? ใครที่จะเข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณ? พวกเขาจะไปรวมตัวกันที่ไหน?ใครเป็นคู่แข่งของคุณ? พวกเขาขายอะไร? พวกเขาขายมันอย่างไร? พวกเขาได้เซ็ทอัพ Affiliate Programs ขึ้นมาใช้งานหรือ Joint venture หรือไม่? คุณได้เสนอทางเลือกอะไรที่แตกต่างไปจากพวกเขาหรือไม่? 2# - เนื้อหาในเว็บไซต์อย่าไปประเมินเวลาที่ใช้ในการเซ็ทอัพและการดูแลข้อมูลที่เว็บไซต์ของคุณต่ำเกินไป การดูแลและเพิ่มข้อมูลเข้าไปในเว็บไซต์ของคุณต้องมีการวางแผนและหลักในการพิจารณา ถ้าคุณต้องการให้คนที่เข้าชมกลับมาอีกเรื่อยๆ คุณต้องมีเหตุผลให้พวกเขากลับมา สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเองอย่างบังเอิญแน่นอน คุณต้องนำข้อมูลที่ล้าสมัยออกจากไซต์ของคุณและใส่ข้อมูลใหม่เข้าไปและหาเหตุผลให้กับผู้เข้าชมในการกลับมาที่ไซต์ของคุณบ่อยๆช่องว่างการตลาดของคุณเป็นอะไร? ไซต์ของคุณมีข้อมูลประเภทไหน? อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนเข้ามาที่ไซต์ของคุณในครั้งแรก? และอะไรที่ทำให้พวกเขากลับมาอีก?คุณไปหาข้อมูลมาจากแหล่งไหนมาป้อนที่เว็บไซต์ของคุณ? คุณเขียนขึ้นมาเองหรือจ้างคนเขียน? คุณซื้อข้อมูลหรือรวบรวมมาฟรี? คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคุณจ้างหรือร่วมทุนกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น? คุณดูแลและเพิ่มข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ไซต์ของคุณอย่างไร? คุณทำงานนี้บ่อยแค่ไหน? คุณไปเรียนรู้งานเซ็ทอัพและดูแลรักษาไซต์มาได้อย่างไร... หรือจ้างคนทำให้คุณ?คุณนำเสนอให้ข้อมูลฟรี? คุณเสนอ Newsletter ฟรี? บ่อยแค่ไหน? ขอย้ำอีกที... ใครเขียนให้คุณและใครโพสต์ให้คุณ... และคุณดูแลลูกค้าและผู้ลงทะเบียนของคุณอย่างไร? 3# - การเลือก ISP และโฮสต์ให้กับเว็บไซต์การเลือกโฮสต์ให้กับเว็บไซต์และ ISP เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจของคุณ คุณสามารถจะขายสินค้าให้กับผู้เข้าชมของคุณได้ ถ้าพวกเขาสามารถจะเข้ามาดูที่เว็บไซต์ของคุณได้สะดวก คุณจะเสียเวลาและเสียเงินมากในการเปลี่ยนโฮสต์ ถ้าพวกเขาไม่ได้ให้บริการกับคุณตามที่ได้ตกลงกันไว้ คุณอย่าลืมว่า "คุณจ่ายยังไง คุณก็ได้อย่างนั้น" นั่นคือว่า ถ้าคุณต้องการของถูก คุณก็จะได้บริการที่แย่มากตอบแทน! ISP และเว็บโฮสต์ของคุณถือว่าเป็นผู้ร่วมธุรกิจของคุณ ให้เลือกด้วยความระมัดระวัง!คุณมี ISP? บริษัทที่คุณใช้บริการอยู่น่าเชื่อถือ? คุณใช้ความเร็วโมเด็มเท่าไหร่ติดต่อกับพวกเขา? คุณซื้อบริการของพวกเขาแบบ dial-up? ถ้าคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชม. คุณควรพิจารณาใช้บริการของบริษัทเคเบิ้ลหรือผ่านทางสายโทรศัพท์ ADSL. คุณอาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการออนไลน์ ดังนั้นความสะดวกและความเร็วของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยเว็บไซต์ของคุณโฮสต์อยู่กับใคร? อย่าไปคิดว่าคุณต้องใช้ ISP ที่คุณใช้บริการอยู่เพื่อโฮสต์เว็บไซต์ของคุณเสมอไป คุณอาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่าในการโฮสต์เว็บไซต์ของคุณ เช่น ถ้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในประเทศไทย คุณอาจจะหาโฮสต์ในประเทศไทยที่ให้บริการด้านเทคนิคที่ดีต่อคุณได้อย่างน้อย 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าได้ตลอด 24 ชม.ต่อวันและ 7 วันต่อสัปดาห์ได้จะดีที่สุด ถ้าคุณมีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ในอเมริกาหรือยุโรป คุณอาจจะเลือกโฮสต์ที่น่าเชื่อถือและมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแบบ T1 connections เป็นต้น ผมได้พูดถึงเรื่องการเลือกโฮสต์มาแล้วให้คุณเปิดดูได้จาก Newsletter เรื่อง "ความสำคัญของเว็บโฮสต์จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ของคุณ พวกเรามีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้ว!"เว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะจดทะเบียนโดเมนเนมให้คุณได้หรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์ของคุณให้บริการเหล่านี้ (CGI-bins, secure server pages และ website statistics) กับคุณหรือไม่? และพวกเขาได้คิดเป็นค่าบริการแยกต่างหากหรือรวมกัน? เว็บไซต์โฮสต์ตอบคำถามของคุณผ่านทางอีเมล์อย่างรวดเร็วหรือไม่? พวกเขามีโทรศัพท์ไว้คอยให้ความช่วยเหลือกับคุณหรือไม่? เว็บไซต์โฮสต์มีบริการตามที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องการ อย่างเช่น อีคอมเมิร์ซ, firewalls, ระบบดูแลป้องกันพวกแฮกเกอร์และอื่นๆ ให้หรือไม่?4# - ระบบการบริหารจัดการธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จคุณต้องสามารถควบคุมงานจำนวนมากที่มีเข้ามาในแต่ละวันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาอันจำกัด การจะทำงานแบบนี้ได้คุณต้องจัดการและมีเครื่องมือ (ในที่นี้ก็คือซอฟท์แวร์) ที่เหมาะสม คุณต้องเตรียมการพวกนี้ให้พร้อมและต้องมองเผื่ออนาคตว่าคุณจะต้องโต ไม่มีอะไรที่จะแย่ไปกว่าการที่มีธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วจนคุณไม่สามารถจะจัดการกับมันได้! ถ้าคุณไม่ได้เตรียมพร้อม คุณจะทำลายชื่อเสียงของคุณเองและทำลายธุรกิจของคุณ... และเมื่อมันเสียหายไปแล้ว นั่นก็ยากที่จะกอบกู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่า ธุรกิจของคุณมีระบบที่พร้อมจะรุกไปข้างหน้าได้!HTML editor มีซอฟท์แวร์ที่ช่วยเขียน HTML อยู่จำนวนมากในท้องตลาดให้เลือก ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นฝึกเรียนรู้ ผมแนะนำให้ใช้ MS Frontpage และถ้าคุณต้องการจะก้าวไปอีกขั้นผมแนะนำ DreamWeaver (http://www.macromedia.com/) หรือ Homesite (http://www.allaire.com/) แต่ถ้าคุณคุ้นเคยกับ HTML ดี ผมแนะนำให้คุณใช้ Hotdog Professional (http://www.sausagetools.com/) ซอฟท์แวร์อีเมล์ อย่าไปเสียเวลากับซอฟท์แวร์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ หาซอฟท์แวร์ที่เป็น "โปร" ด้านนี้มาช่วยจัดการกับปริมาณอีเมล์ที่เข้ามาจำนวนมากในแต่ละวัน ซอฟท์แวร์ที่อยากจะแนะนำคือ Eudora Pro, ซึ่งคุณสามารถจะดาวน์โหลดมาใช้ได้ที่ http://www.eudora.com/, มันสามารถช่วยให้คุณจัดทำ Mailing list ได้จำนวนมาก, เซ็ทอัพ SIG file ได้ไม่จำกัดและนำมาใช้งานได้สะดวก เป็นต้น ยังมีรายละเอียดอื่นอีกมากสำหรับโปรแกรมตัวนี้ที่เหมาะนำมาใช้งานในธุรกิจ ผมพูดไว้ค่อนข้างละเอียดในหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) เป็นซอฟท์แวร์ที่มีราคาไม่สูงหรือคุณจะใช้ฟรีก็ได้มีให้เลือกใน ligth mode และ sponsor mode. ถ้าคุณใช้งานเป็น มันจะช่วยประหยัดเวลาของคุณไปได้มากทีเดียวMailloop (http://www.thaimarketingcenter.com/recommend/automate/mailloop/index.html) เป็นซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้คุณส่งอีเมล์จำนวนมากติดต่อกับสมาชิก, ลูกค้า, Leads, กลุ่มที่คาดหวังของคุณหรืออื่นๆ ได้ มันจะช่วยประหยัดเวลาทำงานประจำของคุณไปได้มาก, ช่วยกรองสแปมและเฟลม, จดทะเบียนสมาชิกและยกเลิกได้โดยอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกมาก คุณอย่าลืมว่า อีเมล์ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดอันหนึ่งที่จะทำให้คุณติดต่อกับลูกค้าของคุณได้ตลอดเวลา ธุรกิจออนไลน์ของคุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าขาดส่วนนี้ไป!Browsers. ให้คุณไปดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดมาใช้งานได้ สำหรับ Internet explorer ที่ http://www.microsoft.com/windows/ie/downloads/default.asp และสำหรับ Netscape Navigator ที่ http://www.netscape.com/download/. ผมแนะนำให้คุณควรมีทั้งสองตัวนี้เพื่อใช้เช็คดูหน้าตาเว็บไซต์ของคุณบนเบราเซอร์ทั้งสองตัวนี้ และคุณอาจจะแปลกใจที่ไซต์ของคุณแสดงผลออกมาแตกต่างกันบนเบราเซอร์แต่ละตัวก็ได้WS_FTP Pro (http://www.ipswitch.com/) สำหรับส่งเว็บเพจของคุณขึ้นไปเก็บไว้บนเว็บโฮสต์ของคุณ โปรแกรมตัวนี้จะแตกต่างจากซอฟท์แวร์ FTP ตัวอื่นตรงที่ คุณสามารถจะเปลี่ยน chmode ของไฟล์ได้โดยตรงTraffic Analyzer มีหลายตัวให้เลือก แต่ตัวที่โดดเด่นที่สุดและนิยมใช้กันมากก็คือ WebTrend Log Analyzer (http://www.netiq.com/) มันมีราคาที่สูงมากสำหรับบ้านเรา แต่ก็คุ้มค่ากับการใช้งาน คุณจะรู้ความเป็นมาทั้งหมดของเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณมองทะลุทั้งหมดว่า ผู้เข้าชมของคุณมาจากไหน, พวกเขามาจาก Search engines อะไร, พวกเขาชอบและไม่ชอบเพจไหนของคุณมากที่สุด, พวกเขาออกจากเพจไหนมากที่สุด และอื่นๆ อีกมาก มันยังจะแสดงผลในรูปของภาพกราฟิก 3 มิติทำให้ดูได้ง่าย ถ้าเว็บไซต์โฮสต์ของคุณไม่มีให้บริการ คุณจำเป็นต้องหามาใช้งานสักตัว ถ้าคุณไม่มีใช้งาน มันก็เหมือนกับการเดินในที่มืด คุณจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณบ้าง! ... แล้วคุณจะเดินได้ถูกทางได้อย่างไร?และอื่นๆ ... ลิสต์รายการยังมีอีกมากที่ผมยังไม่ได้พูดถึง เช่น ซอฟท์แวร์บัญชี, ซอฟท์แวร์ตรวจสอบไวรัส, โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล... เป็นต้น และซอฟท์แวร์เฉพาะสำหรับธุรกิจแต่ละชนิด พยายามหาซอฟท์แวร์ที่เข้าได้ดีกับธุรกิจของคุณ, ทำให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าอย่างง่ายๆ, สนุกและประหยัดเวลาของคุณ! 5# - E-Commerce Solutionsเพื่อที่จะให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้... คุณต้องมีรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จอยู่ในหัว! ถ้าคุณจะทำอีคอมเมิร์ซ นั่นหมายความว่า คุณต้องมีระบบการชำระเงินที่ดีและมีซอฟท์แวร์ Shopping cart ที่เหมาะสม ถ้าคุณทดลองใช้วิธีการต่างๆ เพื่อลองผิดลองถูกกับธุรกิจของคุณไปเรื่อยๆ ... คนส่วนใหญ่ก็จะไม่จริงจังกับคุณมากมายนัก ต่างจากพวกมืออาชีพที่เข้าใจและรู้จักเลือกใช้บริการอีคอมเมิร์ซที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในตัวพวกเขากำหนดขอบเขตธุรกิจของคุณ คุณต้องกำหนดว่าคุณจะทำธุรกิจในระดับท้องถิ่นภายในประเทศเท่านั้น หรือคุณจะทำธุรกิจระดับประเทศ... ขยายไปทั่วโลก ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีร้ายขายดอกไม้และคุณต้องการจะขายสินค้าของคุณไปทั่วโลก หรือคุณจะขายเฉพาะภายในประเทศไทย คุณต้องบอกพวกเขาเพื่อไม่ให้พวกเขาเสียเวลามาสั่งซื้อInternet Merchant Account. ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำอีคอมเมิร์ซ เพราะถ้าคุณไม่มี มันก็เป็นไปได้ที่คุณจะจัดให้มีการชำระเงินแบบ Real-time บนเว็บไซต์ของคุณได้ (นอกเสียจากคุณจะไปใช้บริการของทาง Cybermall หรือ Third party ซึ่งจะคิดค่า Discount rate กับคุณสูงมากและคุณต้องเสียเวลาคอยนานถึง 55 วันขึ้นไปถึงจะได้เงิน) หรือไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องหันไปใช้วิธีการชำระเงินแบบเก่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไซต์ของคุณดูดีขึ้นเลยและยิ่งจะสร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้ที่จะเป็นลูกค้าของคุณด้วย!Secure Online Orders. คุณจำเป็นต้องมี secure online order page เพื่อป้องกันข้อมูลของลูกค้า (ข้อมูลบัตรเครดิต) จากการถูกแฮกและเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของคุณว่า ข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ? นั่นคือโอกาสที่พวกเขาจะเลือกซื้อสินค้าจากคุณก็สูงขึ้น โดยทั่วไป ทางเว็บไซต์โฮสต์ของคุณจะมีบริการเสริมให้ แต่ถ้าไม่มี คุณก็ไม่ต้องกังวล คุณยังมีทางเลือกอีกมากPayment Gateway. เป็นซอฟท์แวร์ที่จะเชื่อมโยง Internet merchant account, shopping cart และ Banking network เข้าด้วยกันเพื่อทำให้ขบวนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้แบบ Real-time ในขณะที่ลูกค้าของคุณกำลังคอยอยู่ที่หน้าจอ ปัจจุบันที่นิยมกันคือ PayFlow Pro, PayFlow Link ของ VeriSign (http://www.verisign.com/) และ Thawte (http://www.thawte.com/).Taking Orders. คุณมีวิธีในการจัดการกับคำสั่งซื้อทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์หรือไม่? ทั่วโลกยังมีคนอีกมากที่ยังกลัวและหวาดระแวงกับการสั่งซื้อทางออนไลน์ และพวกเขายินดีที่จะส่งคำสั่งซื้อผ่านทางแฟกซ์, โทรศัพท์... และแม้แต่ทางไปรษณีย์ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีทางเลือกทั้งหมดนี้ให้กับพวกเขาTaxes. เป็นอีกเรื่องที่คุณจะต้องเตรียมการให้พร้อม อย่าคอยให้สรรพากรมาเคาะถึงประตูบริษัทDelivery. คุณต้องกำหนดว่าคุณจะส่งสินค้าของคุณอย่างไร ทางออนไลน์หรือคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง? ถ้าคุณส่งสินค้าทางชิปปิ้ง ลูกค้าของคุณต้องการจะรู้ว่าพวกเขาจะได้รับสินค้ายังไงและพวกเขาจะติดตามดูการส่งสินค้าได้อย่างไร?... นานแค่ไหนที่พวกเขาจะได้รับ?... และพวกเขาจะต้องเสียค่าขนส่งเท่าไหร่?... และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสินค้าที่ส่งมาชำรุด อันเนื่องมาจากบริษัทที่จัดส่งสินค้านั้น?... และถ้าสินค้าที่ส่งมาไม่เป็นไปตามที่พวกเขาสั่งซื้อ คุณจะมีทางออกให้พวกเขาอย่างไร?... ถ้าพวกเขาไม่พอใจสินค้า พวกเขาจะคืนสินค้าได้อย่างไรและใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย... และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องเซ็ทอัพขึ้นมาและแสดงให้ลูกค้าของคุณรับรู้ด้วยการรับรอง ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมายและการสร้างเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพก็สามารถจะสร้างได้อย่างง่ายดายเช่นกันด้วย เป็นเหตุให้พวกมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการหลอกผู้ซื้อได้ จึงจำเป็นต้องมี Third party ที่จะทำการรับรองเว็บไซต์นั้นว่ามีอยู่จริง และได้ทำธุรกิจนั้นอยู่อย่างถูกต้องตามกฏหมาย เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้ Third party ที่ให้บริการแบบนี้ก็มี VeriSign, BBB Online เป็นต้นครับเพื่อนๆ คงพอมองภาพออกบ้างแล้วว่าอีคอมเมิร์ซเขาทำกันอย่างไร... และพวกคุณคงอยากจะรู้ต่อว่าแล้วจะเริ่มกันได้อย่างไรและที่ไหนใช่มั้ยครับ?... โอเคครับ ผมเข้าใจครับ แต่มันจะเป็นการยืดเยื้อไป เอาเป็นว่าในขั้นตอนนี้ผมขอให้พวกคุณมีภาพเหล่านี้ก่อนและเมื่อผมพูดอะไรต่อไป พวกคุณจะสามารถเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น 6# - โปรโมชั่นและการตลาดการทำโปรโมชั่นและการตลาดส่วนใหญ่จะเป็นแบบออนไลน์... อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่ายังมีโลกส่วนใหญ่อีกที่ไม่ได้อยู่ในอินเตอร์เน็ต! การตลาดเริ่มต้นตอนที่คุณเลือกโดเมนเนมของคุณเอง มันควรจะสั้นและจำได้ง่ายใช่มั้ยครับ? แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ขอให้มันเป็นคำหรือประโยคที่เข้าใจง่ายสื่อถึงธุรกิจที่คุณทำและจำได้ง่าย ซึ่งคำพวกนี้อาจจะยาวมากก็ได้ เช่นปัจจุบันนี้อาจจะยาวถึง 30 - 60 ตัวอักษรก็มีอย่าลืมในหัวจดหมาย, นามบัตร, โบรชัว, บทความ, ใบเรียกเก็บเงินและอื่นๆ คุณได้พิมพ์ URL ของคุณไว้ด้วยเลือกและใช้ SIG file บนอีเมล์ที่จะส่งออกทุกฉบับ มันควรจะบอกว่าคุณเป็นใครและคุณกำลังทำอะไรอยู่ อย่าลืมให้มีทั้ง URL และอีเมล์แอดเดรสของคุณรวมอยู่ในนั้นด้วยอย่าลืมทุกเพจบนเว็บไซต์ของคุณมีช่องทางให้พวกเขาติดต่อกับคุณได้ง่าย รายละเอียดยังมีอีกมาก ซึ่งคุณคอยติดตามได้ดูได้จากหนังสือ Internet Marketing Course (IMC) ซึ่งคาดว่าจะเรียบร้อยราวปลายปี 2545 นี้ครับ7# - ติดต่อกับลูกค้าของคุณอย่างสม่ำเสมอรายชื่อลูกค้าของคุณมีค่ายิ่งกว่าทอง พยายามเก็บรักษาให้ดีและอัพเดตอยู่ตลอดเวลา... และถ้าคุณบอกกับลูกค้าของคุณว่า คุณไม่ได้ให้หรือขายรายชื่ออีเมล์แอดเดรสของพวกเขา... ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ทำ!พิจารณาส่ง Newsletter สัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้งเพื่อรักษาการติดต่อกับพวกเขาไว้ตลอดระมัดระวังในสิ่งที่คุณพูด การติดต่อทางอีเมล์เป็นสิ่งที่เปราะบางและคนอ่านอาจจะเข้าใจความตั้งใจของคุณผิดได้ ห้ามติดต่อในขณะที่คุณกำลังหัวเสีย... และผมขอเตือนว่า คุณอย่าตอบโต้กับพวกเฟลม (คำตำหนิ, คำด่า, คำสาปแช่ง) ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าคุณไม่ต้องการจะรับอีเมล์ที่มีคำพวกนี้อยู่ คุณสามารถจะใช้ Mailloop กรองแล้วจัดการทำลายคำเหล่านี้ก่อนที่คุณจะได้เห็นมันได้ตอบคำถามที่สอบถามเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ให้คุณเซ็ทอัพ Autoresponder ทำงานแทนคุณได้ และเมื่อคุณพร้อมแล้ว คุณจึงจะตอบกลับไปหาพวกเขาอย่าทิ้งให้ลูกค้ามีปัญหาโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขทำตามสิ่งที่คุณได้รับประกันไว้ ถ้าคุณให้เวลาพวกเขาในการคืนสินค้านาน 1 ปีและพวกเขาคืนสินค้าในวันที่ 364... คุณก็ต้องทำตามที่ได้สัญญาไว้ ให้คุณใช้ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยในการวางแผนและสร้างเว็บไซต์ของคุณและคุณก็พร้อมที่จะเติบโตก้าวไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณไปสู่ความสำเร็จได้!!!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)